คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขเพียงการปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง โดยไม่เปลี่ยนแปลงโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า.จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 200และมาตรา 201 ให้ลงโทษตามมาตรา 149 ซึ่งเป็นบทหนักส่วนโทษที่ลงแก่จำเลยนั้นให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดดังนี้เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขเฉพาะการปรับบทกฎหมายในการลงโทษให้ถูกต้อง โดยมิได้แก้ไขโทษแต่อย่างใด จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงาน โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นพนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาและยึดรถยนต์บรรทุกไม้แปรรูปผิดกฎหมายมามอบให้จำเลยที่ 2เพื่อดำเนินคดี จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันเรียกและรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองโดยมิชอบแล้วปล่อยผู้ต้องหา รถยนต์และไม้แปรรูปซึ่งเป็นพยานหลักฐานในการกระทำผิดและเป็นทรัพย์สินที่จำเลยมีหน้าที่จะต้องรักษาไปและไม่ได้ดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหา ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157,158, 184, 200, 201, 91
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 6 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 200 ประกอบด้วยมาตรา 83จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 200 และมาตรา 201 ประกอบด้วยมาตรา 83 แต่ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ส่วนโทษที่ลงแก่จำเลยทั้งสองนั้น ให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 2 นั้น ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 200, 201ลงโทษตามมาตรา 149 ซึ่งเป็นบทหนัก ส่วนกำหนดโทษคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขเฉพาะการปรับบทกฎหมายในการลงโทษให้ถูกต้องโดยมิได้แก้ไขโทษแต่อย่างใด จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยที่ 2 ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้
ศาลฎีกาคงวินิจฉัยแต่ฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้วพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2524
พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์
ร้อยตำรวจเอกชอบ สีเหลื่อม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - ร้อยตำรวจเอกชอบ สีเหลื่อม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา