⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1566/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่ารักษาทรัพย์ที่ยึดไว้ในคดีเป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร

ย่อคำพิพากษา

ค่ารักษาทรัพย์ (ที่ยึดไว้ในคดี) เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งศาลอาจจะพิจารณาสั่งให้ได้ตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้ผู้ร้องต่ำกว่าจำนวนที่ระบุในหนังสือสัญญารักษาทรัพย์จึงเป็นอำนาจที่จะกระทำได้ หาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่เมื่อค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลอาจสั่งให้ได้ การที่ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ต่อมาก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ ให้กำหนดค่ารักษาทรัพย์เช่นเดียวกันหาใช่เรื่องเรียกร้องค่ารักษาทรัพย์ไม่ จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีนำยึดที่ดินและเรือนของจำเลยที่ ๒ เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ในการยึดนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยความเห็นชอบของโจทก์ได้มอบทรัพย์ดังกล่าวให้ผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยา เป็นผู้รักษาทรัพย์ คิดค่ารักษาทรัพย์ให้วันละ ๑๐๐ บาท ปรากฏตามหนังสือสัญญารักษาทรัพย์ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๐ ผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยา ทำการรักษาทรัพย์ตั้งแต่วันทำสัญญา ต่อมาวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๒ โจทก์ยื่นคำแถลงว่าจำเลยติดต่อขอผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ อยู่ในระหว่างตกลงกัน ซึ่งจะต้องใช้เวลานานทำให้ค่ารักษาทรัพย์สูงมากโจทก์จึงขอเป็นผู้รักษาทรัพย์เอง โดยให้นายไพจิตร โกศัลวิตร ผู้จัดการธนาคารโจทก์สาขาอุบลราชธานีเป็นผู้รักษา โดยไม่คิดค่ารักษา ส่วนค่ารักษาทรัพย์ก่อนนั้นจำเลยจะเป็นผู้ชำระให้ผู้ร้องกับนายวิรัติ ไชยา เอง และจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำแถลงว่าค่ารักษาทรัพย์ที่จำเลยจะต้องจ่ายสูงมาก ขอให้ศาลพิพากษาลดจำนวนลง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เปลี่ยนผู้รักษาทรัพย์ได้ ส่วนเรื่องค่ารักษาทรัพย์ของผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยา เห็นว่าจำเลยและครอบครัวพักอาศัยอยู่ในทรัพย์ที่ถูกยึดตลอดมาและมีส่วนช่วยเหลือในการดูแลรักษาทรัพย์ด้วย เป็นการแบ่งเบาภาระรักษาทรัพย์ของผู้รักษาทรัพย์คงมีคำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้แก่ผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยาผู้รักษาทรัพย์ทั้งสอง เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้นำเงินจำนวน๑๕,๐๐๐ บาท มาวางต่อศาลชั้นต้นและนายวิรัติ ไชยา ได้รับค่ารักษาทรัพย์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาทไปเรียบร้อยแล้ว ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องและนายวิรัติ ไชยา ทำการรักษาทรัพย์มา ๙๐๕ วันเป็นค่ารักษาทรัพย์ตามสัญญาเป็นเงิน ๙๐,๕๐๐ บาท เป็นส่วนของผู้ร้อง ๔๕,๒๕๐ บาทโจทก์ซึ่งเป็นคู่สัญญาจะต้องจ่ายค่ารักษาทรัพย์ตามข้อตกลงในสัญญา ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์จ่ายค่ารักษาทรัพย์เป็นเงิน ๔๕,๒๕๐ บาท หรือจ่ายในอัตราค่าแรงขั้นต่ำคือวันละ ๓๕ บาท เป็นเงิน ๓๒,๖๗๕ บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีของผู้ร้องในชั้นอุทธรณ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาเพียง ๒๐๐ บาท ขาดไป จึงให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลจากผู้ร้องเสียให้ครบก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นได้เรียกค่าขึ้นศาลจากผู้ร้องเพิ่มอีก ๕๕๗.๕๐ บาท ผู้ร้องชำระครบถ้วนแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งศาลอาจพิจารณาสั่งให้ได้ตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๖๑ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจกำหนดค่ารักษาทรัพย์ให้ผู้ร้องต่ำกว่าจำนวนที่ระบุในหนังสือสัญญารักษาทรัพย์จึงเป็นอำนาจที่จะกระทำได้ หาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่เมื่อค่ารักษาทรัพย์เป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ศาลอาจสั่งให้ได้ การที่ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งกำหนดค่ารักษาทรัพย์ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ต่อมา ก็เป็นการฟ้องคดีต่อศาลอุทธรณ์ให้กำหนดค่ารักษาทรัพย์เช่นเดียวกัน หาใช่เรื่องเรียกร้องค่ารักษาทรัพย์ไม่ จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มา ๒๐๐ บาทชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มมาอีก โดยถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ต้องคืนค่าขึ้นศาลที่ผู้ร้องชำระเพิ่มรวมทั้งค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่ผู้ร้องเสียเกินมาอีกแก่ผู้ร้องไป พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกินมาศาลละ๒๐๐ บาทแก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2524 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นายประดิษฐ์ โกศัลวิตร ผู้ร้อง นายเม่งอุ้ย แซ่จึง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · ผู้ร้อง - นายประดิษฐ์ โกศัลวิตร · จำเลย - นายเม่งอุ้ย แซ่จึง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายประยูร มูลศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540ฎีกา 1055/2510ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2006/2526ฎีกา 3418/2553ฎีกา 8337/2540ฎีกา 917/2501ฎีกา 6620/2550ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2202/2514ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา