⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1841/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1841/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงวันที่ในเช็คที่ไม่มีวันที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อผู้ทรงเช็คได้วันตามที่ตกลงกันไว้ และการขอถอนฟ้องคดีเนื่องจากจำเลยถึงแก่ความตาย ไม่ถือเป็นการปลดหนี้ให้แก่จำเลย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2519 จำเลยที่ 1 ออกเช็คโดยไม่ลงวันที่แล้วนำไปขายให้โจทก์โดยขอเวลาไว้ 3 ปี จึงให้โจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินระหว่างนี้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตลอดมาจนถึงเดือนตุลาคม2520 จึงหยุดชำระ โจทก์จึงลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2520 ในเช็คแล้วเก็บรอไว้จนครบ 3 ปี จึงนำเช็คไปเรียกเก็บเงินเมื่อวันที่ 3มกราคม 2521 การที่โจทก์ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2520 ในเช็คจึงเป็นการกระทำโดยสุจริตตามข้อตกลง และเป็นกรณีจำเลยที่ 1ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องว่า "จำเลยที่ 5 ถึงแก่กรรมเสียแล้วโจทก์จึงขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 5" ดังนี้ หาใช่เป็นการแสดงความประสงค์ปลดหนี้ให้จำเลยที่ 5 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.293 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.910 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ ๑จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้นำเช็คลงวันที่ล่วงหน้า สั่งจ่ายเงินฉบับละหนึ่งล้านบาทมาแลกเงินจากโจทก์ ตามสัญญาขายลดเช็คท้ายฟ้องเช็ค ๒ ฉบับนี้มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ สลักหลังค้ำประกันเมื่อถึงกำหนดเวลาชำระเงินตามเช็ค โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งหกชำระเงินจำนวนตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ชำระเงินให้โจทก์ ๔๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒และที่ ๕ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ ๖ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้ออกเช็คฉบับพิพาทและสลักหลังส่งมอบให้โจทก์โดยมิได้ลงวันที่ ทั้งนี้โดยโจทก์และจำเลยที่ ๑ไม่ประสงค์ให้นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงิน หากแต่มุ่งประสงค์ขอให้มีการบังคับกันตามสัญญากู้ที่โจทก์ให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ทำสัญญาค้ำประกันไว้ จำเลยที่ ๖ ลงชื่อสลักหลังเช็คพิพาทในฐานะกรรมการบริษัทไม่ใช่ในฐานะส่วนตัว โจทก์จดวันที่อันไม่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คพิพาทโดยพลการ เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๐ ฉะนั้นเมื่อนับแต่วันที่จำเลยออกเช็คให้โจทก์ถึงวันฟ้อง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา ๑๐๐๒ แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ ร่วมกันใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๖ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ร่วมกันใช้เงิน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๖ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ออกเช็คพิพาทให้โจทก์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ลงชื่อเป็นผู้สลักหลัง เช็คดังกล่าวไม่ได้ลงวันที่ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๓ ได้ทำสัญญาขายลดเช็คให้แก่โจทก์ ตามสัญญาขายลดเช็คและสัญญาใช้เงินลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม๒๕๑๗ จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์เป็นรายเดือนตลอดมาจนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๒๐ จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ โจทก์จึงลงวันที่ ๓๐พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ในเช็คทั้งสองฉบับ ต่อมาวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๑โจทก์นำเช็คพิพาท ๒ ฉบับไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ที่จำเลยที่ ๖ ฎีกาว่าฟ้องขาดอายุความ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องจำเลยที่ ๑ ออกเช็คโดยไม่ได้ลงวันที่ แต่ก็ได้ความจากนายสงวน ผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทโจทก์ว่า ตอนจำเลยที่ ๓ นำเช็คของจำเลยที่ ๑ มาขาย ได้ขอเวลาไว้ ๓ ปี จึงค่อยนำเช็คไปขึ้นเงิน เพราะอยู่ระหว่างจำเลยที่ ๑ กำลังลงทุน จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตลอดมาจนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๒๐ ก็หยุดชำระเพราะจำเลยที่ ๓หลบหนี จำเลยที่ ๖ ก็นำสืบรับว่าเป็นช่วงที่เริ่มก่อสร้างโรงงานบริษัทจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ตลอดมาจริง ดังนี้ฟังได้ว่าเหตุที่ไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ลงวันที่ในเช็คเพราะมีข้อตกลงที่จำเลยที่ ๑ ขอเวลา ๓ ปี ระหว่างนั้นจำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์เมื่อจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๓ ไม่ชำระดอกเบี้ยเดือนตุลาคม ๒๕๒๐ให้โจทก์ โจทก์จึงลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ในเช็คพิพาททั้งสองฉบับแล้วเก็บรอไว้จนครบ ๓ ปี จึงนำเช็คไปเรียกเก็บเงินเมื่อวันที่ ๓มกราคม ๒๕๒๑ การที่โจทก์ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ลงในเช็คจึงเป็นการกระทำโดยสุจริตตามข้อตกลง และเป็นกรณีจำเลยที่ ๑ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ จำเลยที่ ๖ ฎีกาว่า เมื่อโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๕ เพราะจำเลยที่ ๕ตาย กรณีเป็นการปลดหนี้ตามมาตรา ๒๙๓ จำเลยที่ ๖ ย่อมได้รับประโยชน์เท่ากับหนี้ของจำเลยที่ ๕ ซึ่งโจทก์ได้ปลดให้เห็นว่า ข้อความในคำบอกกล่าวโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๕ โจทก์กล่าวเพียงว่า "คดีนี้พนักงานศาลรายงานว่า จำเลยที่ ๕ ถึงแก่กรรมเสียแล้ว โจทก์จึงขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๕"ดังนี้ คำบอกกล่าวของโจทก์หามีข้อความแสดงความประสงค์ปลดหนี้ให้จำเลยที่ ๕ ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การถอนฟ้องจำเลยที่ ๕ ไม่มีผลเป็นการปลดหนี้ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1841/2524 บริษัทสินเอเซีย จำกัด โดยนายสงวน กิตติศิริพรกุล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทอุตสาหกรรมแป้งมันชลบุรี จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสินเอเซีย จำกัด โดยนายสงวน กิตติศิริพรกุล ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทอุตสาหกรรมแป้งมันชลบุรี จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดำรง อุณหวัฒห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเนา ดิษยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2132-2135/2538ฎีกา 6824/2546ฎีกา 3915/2534ฎีกา 625/2542ฎีกา 6909/2543ฎีกา 3745/2538ฎีกา 1152/2538ฎีกา 6634/2538ฎีกา 575/2524ฎีกา 1020/2545ฎีกา 5594/2533ฎีกา 5355/2530ฎีกา 2891/2537ฎีกา 516/2486ฎีกา 104/2518ฎีกา 2132/2538ฎีกา 192/2518ฎีกา 679/2506ฎีกา 270/2496ฎีกา 728/2548ฎีกา 5645/2544ฎีกา 495/2504ฎีกา 2965/2528ฎีกา 4003/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา