คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในห้องแล้วออกจากห้องไปโดยมิได้ร่วมกระทำผิดด้วยในขณะที่นาย ด. เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีกครั้งหนึ่งนั้น ไม่เป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง แต่จำเลยมีความผิดตามมาตรา 276 วรรคแรก
ย่อคำพิพากษา
จำเลยลอบเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายถึงในห้องจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วจำเลยก็ออกจากห้องเรียกนาย ด. ลูกจ้างของจำเลยให้เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วย นาย ด. ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง โดยจำเลยมิได้ร่วมกระทำผิดด้วยในตอนนั้น การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายดังกล่าวแล้วกรณียังไม่เข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสองจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276 วรรคแรกเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนที่ยังจับตัวไม่ได้ ได้บังอาจร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบุญนำอายุ 13 ปีเศษ ซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลยกับพวกดังกล่าว โดยจำเลยกับพวกใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำและพูดขู่จะทำอันตรายเด็กหญิงบุญนำถึงแก่ชีวิตโดยเด็กหญิงบุญนำอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยกับพวกได้ผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบุญนำจนสำเร็จความใคร่ของจำเลยกับพวกคนละ 1 ครั้ง อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 7
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 7 คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริง และวินิจฉัยต่อไปว่า การที่จำเลยลอบเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายถึงในห้องจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วจำเลยก็ออกจากห้องเรียกนายดัดลูกจ้างของจำเลยให้เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วย นายดัดข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้งโดยจำเลยมิได้ร่วมกระทำผิดด้วยในตอนนั้น การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิงตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์สถานที่และการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายดังกล่าวแล้ว เห็นว่ากรณียังไม่เข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิงดังฟ้องโจทก์
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ข้อ 7ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 4 ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2524
พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายตี๋ หรือเน้ย สมบูรณ์เถกิง หรือสมบูรณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายตี๋ หรือเน้ย สมบูรณ์เถกิง หรือสมบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา