⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1983/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2524

ป.พ.พ. ม.9, 456

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว ย่อมฟ้องร้องบังคับคดีได้ แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของจำเลยครบถ้วนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ตกลงขายที่พิพาทให้แก่ผู้จะซื้อ โดยได้รับชำระราคาส่วนหนึ่งแล้วแม้ลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในสัญญาจะซื้อจะขายจะไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคนตามกฎหมายจึงถือไม่ได้ว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของจำเลย แต่ก็ถือได้ว่าการซื้อขายรายนี้ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.9 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.9 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2510 นายดือราแมได้ซื้อที่ดินสวนยางตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 377 หมู่ 5 ตำบลเขาตูมอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี จากจำเลยในราคา 20,000 บาท จำเลยได้รับเงินและส่งมอบที่ดินให้นายดือราแมครอบครองเป็นเจ้าของแล้ว แต่ยังไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ติดต่อให้จำเลยจัดการโอนทะเบียนแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนซื้อขายโอนชื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสี่ หากไม่ยอมไปโอนก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า ไม่เคยขายและมอบการครอบครองให้แก่นายดือราแมหนังสือสัญญามัดจำเป็นสัญญาปลอม จำเลยไม่ได้รับเงินจากนายดือราแมลายพิมพ์นิ้วมือในเอกสารสัญญาทุกแห่งไม่ใช่ของจำเลย ไม่มีพยานรับรองสองคนตามกฎหมาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายตาม น.ส.3 เลขที่ 377 ให้แก่ผู้เยาว์ทั้งสี่หากไม่ไปโอนก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระเงินอีก 6,000 บาทแก่จำเลยแล้วให้จำเลยจดทะเบียนซื้อขายโอนที่พิพาทแก่ผู้เยาว์ทั้งสี่หนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ตกลงขายที่พิพาทให้แก่นายดือราแมโดยได้รับชำระราคาส่วนหนึ่งแล้ว ในปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่า สัญญาจะซื้อขายที่พิพาทมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือจำเลยเพียงคนเดียวถือเสมือนมิได้ทำสัญญากันไว้เป็นหนังสือโจทก์จึงฟ้องร้องบังคับไม่ได้นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในสัญญาจะซื้อจะขายจะไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคนตามกฎหมายถือไม่ได้ว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลย แต่ก็ถือได้ว่าการซื้อขายรายนี้ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้วโจทก์ย่อมฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2524 นางแวแย หะยีมะฯ โจทก์ นางแวแยนะ แวดอยี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแวแย หะยีมะฯ · จำเลย - นางแวแยนะ แวดอยี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · บรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1215/2500ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 6542/2552ฎีกา 359/2521ฎีกา 144/2549ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1037/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา