⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 20/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ถือว่าเป็นการ "ทำไม้" ตามกฎหมาย ต้องเป็นการกระทำกับไม้ที่อยู่ในป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้นขึ้นอยู่ด้วยเท่านั้น และการนำไม้ที่ทำเคลื่อนที่ต่อไปจะต้องมีใบเบิกทางของเจ้าพนักงาน หากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าไม้ที่กระทำเป็นไม้ที่ได้มาจากป่า ศาลจะลงโทษจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยนำไม้ยางพาราซึ่งเป็นไม้ที่ทำ โดยไม่ต้องรับอนุญาตบรรทุกรถยนต์ออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วนำเคลื่อนที่ไปโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับ โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง เมื่อศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ศาลก็ย่อมจะพิพากษายกฟ้องของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 คำว่า "ไม้ที่ทำ" ตามมาตรา 38 (2) อยู่ในความหมายของคำว่า "ทำไม้" ตามมาตรา 4(5) คือ การตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่าน ถาก ทอน ขุด ชักลากไม้ในป่าหรือนำออกจากป่าด้วยประการใด ๆ และหมายความรวมถึงการกระทำดังกล่าวกับไม้สักหรือไม้ยางที่ขึ้นอยู่ในที่ดินซึ่งมิใช่ป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น ๆ ขึ้นอยู่ด้วย เห็นได้ว่า การทำไม้นั้นนอกจากไม้สักหรือไม้ยางแล้วหมายถึงเฉพาะไม้ที่อยู่ในป่าเท่านั้น การนำไม้ที่ทำเคลื่อนที่ตามมาตรา 38 (2) ซึ่งเมื่อนำออกมาถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและเมื่อจะนำเคลื่อนที่ต่อไปจะต้องมีใบเบิกทางของเจ้าพนักงานไปด้วยตามมาตรา 39 ต้องเป็นไม้ที่ทำจากไม้ในป่านั่นเอง ข้อเท็จจริงที่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ทำจากป่าหรือไม่จึงเป็นสาระสำคัญแห่งคดี เมื่อโจทก์แถลงว่าไม่ทราบว่าไม้ (ยางพารา) ของกลางเป็นไม้ที่ได้มาจากป่าหรือไม่ ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.38 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำไม้ยางพาราแปรรูป ๐๓๐ ซึ่งเป็นแผ่นไม้ที่ทำโดยไม่ต้องรับอนุญาตบรรทุกรถยนต์จากจังหวัดตราดไปยังจังหวัดจันทบุรี ออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับ โดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานป่าไม้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๓๙, ๗๐ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๕ ของกลางคืนเจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยจะมีความผิดตามมาตรา ๓๙ นั้นต้องตกอยู่ภายในบังคับของมาตรา ๓๘ ไม้ของกลางที่จำเลยนำเคลื่อนที่ไม่ใช่ไม้ที่ทำหรือนำมาจากป่า จำเลยนำเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องมีใบเบิกทางของเจ้าพนักงานกำกับ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง ยกคำขอให้คืนของกลางเนื่องจากศาลยังมิได้สั่งริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องครบถ้วนตามกฎหมายที่หาว่าจำเลยกระทำความผิดและขอให้ลงโทษทั้งจำเลยให้รับสารภาพตามฟ้องชอบที่ศาลจะลงโทษจำเลยตามฟ้องนั้น เห็นว่าที่ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องหรือไม่ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ คือเมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดและไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดีการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความก็ดีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ศาลต้องยกฟ้องปล่อยจำเลยไป หาใช่เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้องศาลต้องฟังว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องและพิพากษาลงโทษจำเลยดังฎีกาของโจทก์ไม่ เกี่ยวกับฎีกาของโจทก์ที่ว่า คำว่า "ไม้ที่ทำ" ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๓๘ (๒) อยู่ในความหมายของคำว่า "ทำไม้" ตามมาตรา ๔ (๕) ของพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่นั้น เห็นว่า "ไม้ที่ทำ" ย่อมเป็นผลที่มาจากการทำไม้ กล่าวคือต้องมีการทำไม้จึงจะมีไม้ที่ทำ คำว่า "ไม้ที่ทำ" ตามมาตรา ๓๘ (๒) จึงเป็นคำที่อยู่ในความหมายของคำว่า "ทำไม้" ตามมาตรา ๔ (๕) นั่นเอง คำว่า "ทำไม้" นั้น มาตรา ๔ (๕) บัญญัติว่า การทำไม้หมายความว่า ตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่า ถาก ทอน ขุด ชักลากไม้ในป่า หรือนำออกจากป่าด้วยประการใด ๆ และหมายความรวมถึงการกระทำดังกล่าวกับไม้สัก หรือไม้ยากที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น ๆ ขึ้นอยู่ด้วย ความที่ว่าหมายความรวมถึงการกระทำต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้กับไม้สัก หรือไม้ยางที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น ๆ ขึ้นอยู่ด้วย แสดงให้เห็นชัดว่า นอกจากไม้สักหรือไม้ยางแล้ว การทำไม้ตามกฎหมายนี้หมายถึงการกระทำต่าง ๆ เหล่านั้นต่อไม้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้หวงห้ามซึ่งผู้ทำไม้จะทำได้โดยต้องได้รับอนุญาต หรือไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม ซึ่งผู้ทำไม้ทำได้โดยไม่ต้องรับอนุญาต เฉพาะแต่ไม้ที่อยู่ในป่าเท่านั้น เห็นได้ว่าที่จะเป็นการนำไม้ที่ทำเคลื่อนที่ตามาตรา ๓๘ (๒) ซึ่งเมื่อนำออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามมารตรา ๒๕ และเมื่อจะนำเคลื่อนที่ต่อไป จะต้องมีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วย ตามมาตรา ๓๙ต้องเป็นไม้ที่ทำจากไม้ในป่านั่นเอง ข้อเท็จจริงที่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ทำจากป่าหรือไม่จึงเป็นข้อสารสำคัญแห่งคดีที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อปรากฏในทางพิจารณาตามคำแถลงของโจทก์ว่าโจทก์ไม่ทราบว่าไม้ของกลาง (ไม้ยางพารา) เป็นไม้ที่ได้มาจากป่าหรือไม่ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ คดีก็ลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2524 พนักงานอัยการจังหวัดตราด โจทก์ นายจงกล ทองวิเวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตราด · ล. - นายจงกล ทองวิเวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายอมรศักดิ์ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายธิรพันธุ์ รัศมิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 880/2502ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 9/2496ฎีกา 1276/2520ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 868/2497ฎีกา 13516/2553ฎีกา 738/2536ฎีกา 1167/2532ฎีกา 897/2486ฎีกา 5806/2534ฎีกา 8552/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา