⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 214/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2524

ป.อาญา ม.90, 91, 278 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทโดยมีเจตนาเพียงอย่างเดียว ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมต่างกันมิได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปในเคหสถานแล้กระทำอนาจารผู้เสียหายนั้น เห็นเจตนาของจำเลยได้ว่า จำเลยมีเจตนาเข้าไปเพื่อกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายเป็นสำคัญ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์ จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน และจำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมต่างกันเป็นหลายกระทงความผิดมิได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1905/2520)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ (ก) บุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนาง บ.ผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร (ข) กระทำอนาจารแก่นาง บ. ผู้เสียหายอายุ ๔๑ ปี โดยใช้มือเปิดผ้าถุงของผู้เสียหายที่สวมใส่ขณะที่ผู้เสียหายนอนหลับอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๓๖๔, ๓๖๕, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ และข้อ ๙ ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๐/๒๕๒๓ ของศาลจังหวัดชัยภูมิ จำเลยรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ /๒๕๒๓ ตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๓๖๔, ๓๖๕ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๙ แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๔ เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ เดือน นับโทษจำเลยต่อกับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๗๗/๒๕๒๓ ของศาลจังหวัดชัยภูมิ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายแล้วจำเลยได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย เห็นว่าการที่จำเลยเข้าไปในเคหสถานแล้วกระทำอนาจารนั้นเห็นเจตนาของจำเลยได้ว่า จำเลยมีเจตนาเข้าไปเพื่อกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายเป็นสำคัญ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมต่างกันเป็นหลายกระทงความผิดก็ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2524 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายคำดี หรือโล่ห์ ต่อชีพ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · ล. - นายคำดี หรือโล่ห์ ต่อชีพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายวีระ ภูศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายอภินย์ ปุษปาคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 9026/2553ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา