คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2445/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายฝากไม่ไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกัน ถือว่าผู้ขายฝากสละสิทธิในการไถ่ และทรัพย์สินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากโดยเด็ดขาด
ย่อคำพิพากษา
เอกสารมีข้อความว่า ถ้าผู้ขายฝากไม่ไถ่ถอนตามกำหนดยินยอมยกที่ดินที่ขายฝากให้แก่ผู้รับซื้อฝากถือกรรมสิทธิ์ได้ต่อไป เมื่อ อ. ไม่ได้ไถ่ที่พิพาทคืนภายในกำหนดตามที่ตกลงกัน ก็เท่ากับ อ. ได้สละการครอบครองที่พิพาทแก่ ล. ล. ได้ ครอบครองต่อมา และแจ้ง ส.ค.1 ในนามของตนเอง เป็นการแสดงเจตนาเพื่อตน จึงได้สิทธิครอบครอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า สัญญาขายฝากตามเอกสารหมาย ล.2 ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะรับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่า แม้สัญญาขายฝากดังกล่าวจะเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่ากับไม่มีการขายฝาก แต่ก็ยังรับฟังได้ว่านางอ่อนได้ทำสัญญากับนางเละตามเอกสารหมาย ล.2 จริง ตามเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่า ถ้าผู้ขายฝากไม่ไถ่ถอนตามกำหนดยินยอมยกที่ดินที่ขายฝากให้แก่ผู้รับซื้อฝากถือกรรมสิทธิ์ใดต่อไป เมื่อนางอ่อนไม่ไถ่ที่พิพาทคืนภายในกำหนดตามที่ตกลงกัน ก็เท่ากับนางอ่อนได้สละการครอบครองที่พิพาทนั้นแก่นางเละแล้ว นางเละได้ครอบครองต่อมาและแจ้ง ส.ค.1 ในนามของตนเองเป็นการแสดงเจตนายึดถือเพื่อตนจึงได้สิทธิครอบครองโจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิในที่พิพาท"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2445/2524
นายผิว สีดำ กับพวก โจทก์
นายพรม พิมพา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายผิว สีดำ กับพวก · จำเลย - นายพรม พิมพา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา