⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2551/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่โจทก์ฟ้องบังคับจำนองและขอให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลย แม้คำฟ้องจะไม่ได้บรรยายถึงข้ออ้างให้รับผิดนอกเหนือจากสัญญาจำนอง ก็มีผลเพียงว่าศาลจะบังคับตามคำขอในส่วนที่ขอให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยไม่ได้เท่านั้น แต่ไม่ทำให้ฟ้องทั้งหมดเป็นฟ้องเคลือบคลุม * การที่โจทก์ยอมรับเอาการบังคับจำนองที่ทนายโจทก์ได้ดำเนินการไปในนามของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่ได้มอบอำนาจเป็นหนังสือ ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันและถือว่าได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องบังคับจำนอง และขอให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยผู้จำนองด้วย แม้คำฟ้องจะมิได้บรรยายถึงสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่จะให้จำเลยรับผิดนอกเหนือไปจากสัญญาที่จำนอง ก็มีผลเพียงว่าศาลจะบังคับตามคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยไม่ได้เท่านั้น หาทำให้ฟ้องโจทก์ทั้งหมดเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน และมิได้ฎีกาคัดค้านว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมนั้นไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไร ฉะนั้น ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยจะนำพยานบุคคลมาสืบตามข้อต่อสู้ของจำเลยเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญาจำนองหรือไม่จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ทนายโจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองในนามของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่ได้มอบอำนาจเป็นหนังสือ แต่เมื่อโจทก์ยอมรับเอาการบังคับจำนองดังกล่าวแล้ว ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 และถือได้ว่าโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยจำนองที่ดินเป็นประกัน จำเลยค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงแล้วจำเลยไม่ชำระ จึงได้มอบให้ทนายความมีจดหมายบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยจำเลยได้รับแล้วก็เพิกเฉย จึงฟ้องขอบังคับจำเลยใช้เงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากจำเลยไม่ชำระ ขอให้เอาที่ดินที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ หากขายได้ไม่พอชำระหนี้จำเลยยังต้องรับผิดชำระหนี้ทั้งหมด จำเลยให้การว่าได้ทำสัญญาจำนองจริง แต่ไม่ได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาเพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยล่วงหน้าในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วนำมารวมไว้ในสัญญาด้วย สัญญาจำนองไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์ไม่แสดงเหตุผลแห่งความรับผิดของจำเลยในการที่โจทก์ขอบังคับคดีจากทรัพย์สินอื่นของจำเลย จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีในต้นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้ขายทอดตลาดที่ดินตามสัญญาจำนองมาชำระหนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คำฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายถึงสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่จะให้จำเลยรับผิดนอกเหนือไปจากสัญญาจำนองก็มีผลเพียงว่าศาลจะบังคับตามคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยไม่ได้เท่านั้น หาทำให้ฟ้องโจทก์ทั้งหมดเคลือบคลุมไม่ จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมนั้น ไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไร ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยระบุพยานเพิ่มเติมแล้วจำเลยก็แถลงไม่ติดใจสืบพยานอีก ฉะนั้น ปัญหาที่ว่าการที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบตามข้อต่อสู้ของจำเลย เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญาจำนองหรือไม่นั้น จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาว่า การบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบเพราะการมอบอำนาจให้นายดวงทนายโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองมิได้ทำเป็นหนังสือนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การมอบอำนาจดังกล่าวจะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ แต่เมื่อนายดวงได้บอกกล่าวบังคับจำนองในนามของโจทก์ และโจทก์ยอมรับเอาการบังคับจำนองที่นายดวงได้บอกกล่าวในนามของโจทก์แล้ว ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๒๓ และถือได้ว่าโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยแล้ว เทียบได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๒๗/๒๕๑๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2524 นายภูพัฒน์ ปาวา โจทก์ นายสังวาลย์ กลิ่นหอม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายภูพัฒน์ ปาวา · จำเลย - นายสังวาลย์ กลิ่นหอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสง่า ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6455/2538ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1302/2535ฎีกา 1687/2497ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา