⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2656/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายที่ห้ามการขนแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 108 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดขนแร่ในที่ใดเว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามอนุมาตรา 1ถึง 10 ย่อมใช้บังคับในกรณีที่มีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่3ครอบครองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตและขนแร่ดังกล่าวโดยฝ่าฝืนมาตรา 108 จึงต้องมีความผิดฐานมีแร่ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง และฐานขนแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 คนละ 214,844.58 บาทโดยกำหนดว่าหากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่มิได้ระบุชัดแจ้งว่าจะกักขังเกินหนึ่งปีหรือไม่และมีกำหนดเท่าใดเช่นนี้ จะกักขังเกินกำหนดหนึ่งปีไม่ได้ (อ้างฎีกาที่1835/2514)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.108 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกกับพวกร่วมกันมีแร่ตะกรันน้ำหนัก ๑,๒๐๔.๑ กิโลกรัมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันขนแร่ตะกรันจำนวนดังกล่าวโดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะจากเหมืองแร่อำเภอ ห. ไปยังอำเภอ ท. โดยฝ่าฝืนกฎหมายขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐๕, ๑๐๘, ๑๔๘, ๑๕๔ พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘, ๒๑, ๒๗ ริบแร่และรถยนต์ของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ให้การรับสารภาพ ศาลมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยที่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐๕, ๑๐๘, ๑๔๘, ๑๕๔ พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘, ๒๑, ๒๗ เรียงกระทงลงโทษ โดยลดโทษกึ่งหนึ่งแล้วคงปรับคนละ ๒๑๔,๘๔๔.๕๘ บาท ริบแร่และรถยนต์ของกลาง ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เรียงกระทงลงโทษไม่ได้ และลงโทษปรับรายบุคคลไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ข้อหาฐานขนแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตและให้ลงโทษฐานมีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ปรับคนละ ๑๐๗,๔๒๒.๒๙ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ถ้าจะต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังคนละ๑ ปี ๒ เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานขนแร่อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ อีกกระทงหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ มาตรา ๓๒ บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดขนแร่ในที่ใดเว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตาม (๑) ถึง (๑๐) ไม่มีบทบัญญัติพิเศษว่าข้อห้ามตามมาตรา ๑๐๘ ใช้บังคับเฉพาะแร่ที่มีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น จึงใช้บังคับได้ในกรณีที่บุคคลอื่นใดที่มีแร่ไว้ในความครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายด้วยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ จึงมีความผิดฐานขนแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑อีกกระทงหนึ่ง ส่วนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ คนละ ๒๑๔,๘๔๔.๕๘ บาท โดยกำหนดว่าหากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ แต่มิได้ระบุชัดแจ้งว่าจะกักขังเกินหนึ่งปีหรือไม่และมีกำหนดเท่าใด เช่นนี้ จะกักขังเกินกำหนดหนึ่งปีไม่ได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๓๕/๒๕๑๔ พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายพิชัยจิระรัตนวิไล กับพวก จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดฐานขนแร่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑ อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ โดยบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น หากจะกักขังแทนค่าปรับก็ให้กักขังได้คนละไม่เกิน ๑ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2524 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายประสงค์ มวยดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายประสงค์ มวยดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา