⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2668/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2668/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับรถด้วยความเร็วสูงจนไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถือเป็นความประมาทเลินเล่อที่อาจป้องกันได้ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถมาด้วยความเร็วสูง เมื่อเฉี่ยวชนท้ายรถคันหนึ่งแล้วก็ไม่สามารถหยุดได้ทันท่วงทีก่อนที่จะแล่นไปไปชนท้ายรถโจทก์ ซึ่งอยู่ห่างจุดที่รถเฉี่ยวชนประมาณ 25 เมตร กรณีเป็นเรื่องที่อาจป้องกันได้ถ้าจำเลยไม่ขับรถเร็วจนเกินไป ไม่เป็นเหตุสุดวิสัยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 8 จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตาม มาตรา 437

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าก่อนรถยนต์จำเลยชนท้ายรถยนต์โจทก์ รถจำเลยได้เฉี่ยวชนท้ายรถยนต์นายบักกุ้ง แซ่ลี ก่อนคดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า การที่รถยนต์จำเลยชนท้ายรถยนต์โจทก์ เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ปัญหาดังกล่าวแล้ว เห็นว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบว่า นายบักกุ้งขับรถบรรทุกแซงรถคันอื่นในระยะกระชั้นชิดกับขณะที่กำลังจะสวนกับรถจำเลย รถนายบักกุ้งล้ำเข้ามาในเส้นทางของจำเลย เมื่อแซงพ้นคันที่ตนแซงแล้ว นายบักกุ้งได้ขับรถเลี้ยวเข้าเส้นทางของตนแต่ท้ายรถยังไม่พ้น รถจำเลยจึงได้เฉี่ยวชนท้ายรถนายบักกุ้งแล้วแล่นไปชนท้ายรถโจทก์ ดังที่จำเลยนำสืบก็ตาม แต่ก็ปรากฏในแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย ล.1 ที่จำเลยนำชี้ว่า หลังจากรถจำเลยเฉี่ยวชนท้ายรถนายบักกุ้งแล้ว จำเลยได้ขับรถเลี้ยวไปทางซ้ายอีก 9.20 เมตร ล้อรถด้านซ้ายของรถจำเลยทั้งล้อหน้าและล้อหลังได้ปืนขึ้นไปบนทางเท้าซึ่งสูงกว่าพื้นถนนตามคำเบิกความของจำเลยว่าประมาณ 8 นิ้วฟุต แล้วมีรอยครูดไปกับพื้นถนนและทางเท้าเป็นทางยาว 16.50 เมตร 2 เส้นขนานกันน่าเชื่อว่าเกิดจากการที่จำเลยห้ามล้อรถ แล้วรถของจำเลยไปจอดอยู่หน้ารถติดกับเสาไฟฟ้าซึ่งตั้งอยู่ริมทางเท้าติดกับขอบถนน และเมื่อพิเคราะห์ภาพถ่ายรอยบุบและชำรุดของท้ายรถโจทก์กับหน้ารถจำเลยในสำนวนการสอบสวนซึ่งส่งมาจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีแล้วเห็นว่า รอยบุบและชำรุดที่เกิดจากการชนกันนี้มิใช่เล็กน้อย แสดงว่ารถของจำเลยแล่นมาชนท้ายรถโจทก์โดยแรง พฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุผลเชื่อว่า จำเลยขับรถมาด้วยความเร็วสูงจนกระทั่งเมื่อเฉี่ยวชนท้ายรถนายบักกุ้งแล้ว จำเลยก็ไม่สามารถหยุดได้ทันท่วงทีก่อนที่จะแล่นไปชนท้ายรถโจทก์ ซึ่งโจทก์อยู่ห่างจุดที่รถจำเลยเฉี่ยวชนรถนายบักกุ้งถึงประมาณ 25 เมตร กรณีเป็นเรื่องอาจป้องกันได้ ถ้าจำเลยไม่ขับรถเร็วจนเกินไป เหตุที่รถจำเลยไปชนท้ายรถโจทก์ เพราะจำเลยขับรถมาด้วยความเร็วสูง ถือไม่ได้ว่า เกิดจากเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437" ฯลฯ "พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 27,750 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยชำระเงินให้โจทก์เสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลโดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาทแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้เพียงเท่าที่โจทก์ชนะ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2668/2524 ห.จ.ก. สุจินต์และเพื่อน โจทก์ แพทย์หญิงอรวรรณ ศุภชาติวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห.จ.ก. สุจินต์และเพื่อน · จำเลย - แพทย์หญิงอรวรรณ ศุภชาติวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2659/2524ฎีกา 795/2510ฎีกา 4193/2530ฎีกา 390/2535ฎีกา 2399/2523ฎีกา 3760/2533ฎีกา 947/2515ฎีกา 3819/2540ฎีกา 1678/2546ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 619/2510ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1637/2530ฎีกา 3887/2534ฎีกา 3999/2559ฎีกา 6896/2538ฎีกา 2684/2534ฎีกา 942/2531ฎีกา 1250/2517ฎีกา 3595/2534ฎีกา 3088/2524ฎีกา 740/2526ฎีกา 514/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา