คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2693/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิฟ้องคดีล้มละลายตามกฎหมาย แม้จะรู้ว่ามีเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องไว้ก่อนแล้ว ก็ไม่ถือเป็นการใช้สิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้กระทำมีเจตนาแกล้งให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยเฉพาะ
ย่อคำพิพากษา
การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะเกิดเสียหายแก่บุคคลอื่น เป็นการมิชอบด้วยกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 421 นั้น หมายถึงเป็นการแกล้งโดยผู้กระทำมุ่งต่อผลคือความเสียหายแก่ผู้อื่นฝ่ายเดียว (อ้างฎีกาที่ 1618/2512)
การที่จำเลยฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายตามที่พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 บัญญัติให้สิทธิไว้ แม้จำเลยได้กระทำไปโดยรู้อยู่ว่าโจทก์ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้วก็หาใช่เป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายหรือแกล้งใช้สิทธิอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อโจทก์อย่างใดไม่การฟ้องคดีล้มละลายก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคนไม่ว่าเจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดเป็นโจทก์ผลก็ไม่แตกต่างกัน เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้วเจ้าหนี้ทุกคนต่างก็มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ตามสิทธิที่ตนมีอยู่อย่างเท่าเทียมกัน หากโจทก์เห็นว่าการโอนทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นการกระทำไปโดยไม่สุจริตและอาจขอให้เพิกถอนได้แล้วโจทก์ก็ชอบที่จะขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา 113, 114 หรือมาตรา 115 ส่วนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการให้ได้เพียงใดหรือไม่ก็ย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริง หาใช่เกี่ยวกับการที่โจทก์หรือจำเลยฝ่ายใดเป็นฝ่ายฟ้องคดีล้มละลายนั้นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรม จำกัดและนายสงวนต่อศาลแพ่ง ขอให้พิทักษ์ทรัพย์บุคคลทั้งสองเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายทั้งนี้เพื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะได้ร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนทรัพย์สิน แล้วนำมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้อื่น ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบุคคลทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ จำเลยซึ่งรู้แล้วว่าโจทก์ได้ฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรม จำกัด เป็นคดีล้มละลายเพื่อประสงค์จะเพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์สินใช้หนี้จำนองโดยเจตนาไม่สุจริต จำเลยได้ยื่นฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรม จำกัดต่อศาลจังหวัดระยองเป็นคดีล้มละลาย โดยสมยอมกับบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรม จำกัด เพื่อให้ศาลจังหวัดระยองดำเนินคดีอย่างรีบด่วนศาลจังหวัดระยองมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดศาลจังหวัดระยองได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบเป็นเหตุให้ศาลแพ่งต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีที่โจทก์ฟ้องนั้น จำเลยยื่นฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรมจำกัด ภายหลังที่โจทก์ฟ้องถึง ๒ เดือนเศษ เป็นการฟ้องซ้อนต้องห้ามตามกฎหมายทั้งที่รู้ว่าโจทก์ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้ว และจำเลยปกปิดความจริงอันเกี่ยวกับภูมิลำเนาของบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อปิดบังมิให้โจทก์และเจ้าหนี้รายอื่นรู้ ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นการใช้สิทธิรังแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นฝ่ายเดียว อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ให้ได้รับความเสียหายโดยไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๒๘๗,๓๐๑ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์ได้ฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรมจำกัด เป็นคดีล้มละลายที่ศาลแพ่ง จำเลยมีสิทธิฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรมจำกัด ได้โดยชอบ ฯลฯ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่น เป็นการมิชอบด้วยกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๑ นั้น หมายถึงเป็นการแกล้งโดยผู้กระทำมุ่งต่อผล คือความเสียหายแก่ผู้อื่นฝ่ายเดียว แต่ตามฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่า จำเลยกระทำโดยผิดกฎหมายหรือใช้สิทธิอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อโจทก์แต่ประการใด การที่จำเลยฟ้องบริษัทบ้านค่ายอุตสาหกรรมจำกัด ลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายตามที่พระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๔๘๓ บัญญัติให้สิทธิไว้นั้น ถึงแม้จำเลยได้กระทำไปโดยรู้อยู่ว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้วก็หาใช่เป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายหรือแกล้งใช้สิทธิอันมิชอบด้วยกฎหมายต่อโจทก์อย่างใดไม่ และการฟ้องคดีล้มละลายก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคน ไม่ว่าเจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งเป็นโจทก์ผลก็ไม่แตกต่างกัน เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้วเจ้าหนี้ทุกคนต่างก็มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ตามสิทธิที่ตนมีอยู่อย่างเท่าเทียมกัน หากโจทก์เห็นว่าการโอนทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นการกระทำไปโดยไม่สุจริตและอาจขอให้เพิกถอนได้แล้วโจทก์ก็ชอบที่จะขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๑๓, ๑๑๔ หรือมาตรา ๑๑๕ ส่วนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการให้ได้เพียงใดหรือไม่ ก็ย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริง หาใช่เกี่ยวกับการที่โจทก์หรือจำเลยฝ่ายใดเป็นฝ่ายฟ้องคดีล้มละลายนั้นไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2693/2524
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์การทุนไทย จำกัด โจทก์
ธนาคารมหานคร จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์การทุนไทย จำกัด · จำเลย - ธนาคารมหานคร จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · พยนต์ ยาวะประภาษ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุภาส เลิศฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศักดิ์ สนองชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา