คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยทำยอมผ่อนชำระเป็นคราวๆ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่อาจร้องขอให้บังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
หนี้ตามคำพิพากษาที่ศาลชั้นต้นมีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติและโจทก์ร้องขอให้บังคับคดีนั้น จำเลยทำยอมโดยผ่อนชำระตามจำนวนเงินที่ระบุและภายในระยะเวลาที่กำหนดเป็นคราวๆฉะนั้นหนี้จำนวนใดหากนับแต่วันที่อาจร้องขอให้บังคับคดีได้ไม่เกินสิบปี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยทั้งสองยอมชำระเงินที่ค้างทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย โดยจำเลยผ่อนชำระเป็นงวดตามจำนวนที่กำหนด ชำระครั้งแรกภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๒ ครั้งต่อไปเดือนละงวดภายในวันที่ ๑๕ ของเดือน และชำระให้หมดหนี้ที่ค้างภายใน ๒ ปี นับแต่วันยอมความ
ต่อมาวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๒ โจทก์ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามยอม ขอให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อทำการยึดทรัพย์ของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและออกหมายบังคับคดีลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๒ ครั้นวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๓ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่าโจทก์ขอให้บังคับคดีเกิน ๑๐ ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หมดสิทธิร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ขอให้ยกคำร้องของโจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนี้ที่ต้องชำระตามกำหนดเวลาเป็นระยะ โจทก์ชอบที่จะบังคับคดีเอาแก่หนี้ตามระยะที่ยังไม่ครบเวลา ๑๐ ปี จนถึงวันยื่นคำขอออกหมายบังคับคดีได้ ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันซึ่งศาลพิพากษาตามยอมและมีคำบังคับเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๒ โจทก์ร้องขอให้บังคับคดีเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๒ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์จะร้องขอให้บังคับดคีตามคำพิพากษาตามยอมไม่ได้เพราะพ้นกำหนดสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ แล้วนั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ บัญญัติความว่า เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งได้ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น แต่คดีนี้หนี้ตามคำพิพากษาที่ศาลชั้นต้นมีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติและโจทก์ร้องขอให้บังคับคดีนั้น จำเลยทำยอมโดยผ่อนชำระตามจำนวนเงินที่ระบุและภายในระยะเวลาที่กำหนดเป็นคราว ๆ โดยชำระครั้งแรกตามจำนวนที่ระบุภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๒ ครั้งต่อไปเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทภายในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๒ และเดือนต่อ ๆ ไปถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๒ กับชำระภายในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๓ อีก ๑๐,๐๐๐ บาท และส่วนที่ค้างชำระไม่น้อยกว่าเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ทุก ๆ วันที่ ๑๕ ของเดือนและชำระให้หมดภายใน ๒ ปี นับแต่วันทำยอมเป็นลำดับดังนี้ ฉะนั้นหนี้จำนวนใดหากนับแต่วันที่อาจร้องขอให้บังคับคดีได้ไม่เกินสิบปีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ร้องขอให้บังคับคดีเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๒ โจทก์จึงหาหมดสิทธิที่จะขอให้บังคับคดีเสียทีเดียวตามฎีกาของจำเลยไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2524
ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด โจทก์
บริษัทสยามคอมเมอร์เชียล จำกัด ที่ 1 พันตรีเขษม ไกรสรรณ์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารไทยพัฒนา จำกัด · จำเลย - บริษัทสยามคอมเมอร์เชียล จำกัด ที่ 1 พันตรีเขษม ไกรสรรณ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายมาโนช จรมาศ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา