คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2788/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องใหม่ซึ่งมีข้ออ้างและคำขอให้ศาลวินิจฉัยเช่นเดียวกับคำร้องเดิมที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้ยื่นคำร้องใหม่ มีข้ออ้างและคำขอให้ศาลวินิจฉัยเช่นเดียวกับคำร้องของจำเลยที่ได้ยื่นไว้แต่เดิม ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องเข้ามาใหม่ดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยทั้งสองคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี ให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินโฉนด ๒๖๑ และ ๒๓๖ และมอบโฉนดให้โจทก์ ถ้าที่ดินแปลงใดมีการผูกพันการขายฝาก ให้ภารผูกพันโอนติดไปด้วย ถ้าโอนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๑ ใน ๓ ของราคาที่ดินที่โจทก์ตีมาตามบัญชีท้ายฟ้องต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระราคา ๑ ใน ๓ ของราคาที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๑ ว่า โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเกี่ยวกับที่ดินสองแปลงดังกล่าว เพราะที่ดินทั้งสองแปลงนี้โจทก์ยังมีกรรมสิทธิ์อยู่ เพียงแต่โจทก์ใส่ชื่อทนายโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนเท่านั้น โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยไม่ต้องชำระราคา ๑ ใน ๓ ของราคาที่ดินให้โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องใหม่ ทนายโจทก์ได้โอนที่ดินให้โจทก์แล้ว จึงเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาครบถ้วน จำเลยทั้งสองไม่จำต้องใช้ราคา๑ ใน ๓ ของราคาที่ดิน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองไม่จำต้องชดใช้ราคา ๑ ใน ๓ ของราคาที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๑ และ ๒
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องฉบับใหม่เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๒ มีข้ออ้างและคำขอที่ให้ศาลวินิจฉัยว่าที่พิพาทได้โอนเป็นของโจทก์แล้ว จำเลยทั้งสองไม่จำต้องชดใช้ราคา ๑ ใน ๓ ของราคาที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ข้ออ้างและคำขอเช่นนี้เป็นเช่นเดียวกับคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ได้ยื่นไว้แต่เดิมฉบับลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งคำร้องนี้ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องเข้ามาใหม่ดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2788/2524
นางเศรษฐ์ เหวียนระวี โจทก์
นางสาวอรนงค์ สมิตะสิริ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเศรษฐ์ เหวียนระวี · จำเลย - นางสาวอรนงค์ สมิตะสิริ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายเจตน์ เคลื่อนคล้อย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา