⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2953/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2953/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ตกลงซื้อขายที่ดิน ย่อมหมายรวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่เป็นส่วนควบของที่ดินนั้นด้วย และโจทก์มีสิทธิขอบังคับให้จำเลยโอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่า จำเลยยอมขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ แม้ในสัญญาประนีประนอมยอมความจะไม่ได้ระบุว่า ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างก็ตาม ก็ต้องหมายรวมถึงสิ่งปลูกสร้างด้วย เพราะสิ่งปลูกสร้างคือบ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมตกติดไปกับที่ดิน และโจทก์ฟ้องคดีนี้ก็เพื่อขอบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายที่ทำกันไว้ อันแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ที่จะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างด้วย การที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลอธิบายคำพิพากษาตามยอมว่า การขายที่ดินดังกล่าวรวมถึงสิ่งปลูกสร้างในที่ดินด้วยนั้น แปลได้ว่าเป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอให้บังคับคดี โดยแปลว่าสัญญาประนีประนอมยอมความสนส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินที่ตกลงซื้อขายได้มุ่งหมายถึงสิ่งปลุกสร้างในที่ดินนั้นด้วยแล้วบังคับไปตามนั้น โจทก์มีสิทธิที่จะขอบังคับให้จำเลยโอนบ้านพิพาทแก่โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขายที่ดินพร้อมสิงปลูกสร้างในที่ดินแก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย ในที่สุดโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ ศาลพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่า เจตนาแท้จริงของโจทก์จำเลยมีว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ แต่คำพิพากษากล่าวถึงเฉพาะการขายที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจึงจดทะเบียนโอนเฉพาะที่ดินแก่โจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลอธิบายคำพิพากษาเดิมว่า การขายที่ดินนั้นหมายรวมถึงสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด จำเลยคัดค้านว่า เจตนาของจำเลยต้องการขายเฉพาะที่ดินเท่านั้น ไม่รวมถึงสิ่งปลูกสร้างด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยโอนบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ด้วย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าข้อตกลงซื้อขายทีดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความจะหมายรวมถึงสิ่งปลูกสร้างในที่ดินนั้นด้วยหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นของบิดาโจทก์จำเลย มีสิ่งปลุกสร้างคือบ้านเลขที่ ๑๓๑ อยู่แล้ว โดยบิดาโจทก์จำเลยเป็นผู้ปลูกสร้างขึ้นเป็นเวลากว่า ๓๕ ปีแล้ว ตามกฎหมายบ้านพิพาทย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินแปลงนี้ ฉะนั้นแม้สัญญาประนีประนอมยอมคววามจะใช้คำแต่เพียงว่าจำเลยตกลงยินยอมขายที่ดินให้แก่โจทก์ โดยไม่มีข้อความว่า " พร้อมสิ่งปลูกสร้าง" ก็ดี ก็ต้องหมายความว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง หรือบ้านพิพาทด้วย เพราะบ้ายพิพาทปลูกในที่ดินและเป็นส่วนควบของที่ดินที่ตกลงขายกันย่อมตกติดไปกับที่ดิน โจทก์ฟ้องคดีนี้ก็เพื่อขอบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย ซึ่งได้ทำกันไว้ อันแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ที่จะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างด้วย และจำเลยก็ทราบดี และสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีข้อตกลงกันไว้เป็นพิเศษว่าให้สิ่งปลูกสร้าง คือบ้านพิพาทยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอันพึงแสดงว่าจำเลยยังสงวนสิทธิมิยอมขายบ้ายพิพาทด้วย จึงไม่มีทางจะให้แปลว่าจำเลยตกลงขายแต่เฉพาะที่ดินเท่านั้น ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้อธิบายขยายคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ เพราะมิใช่เรื่องที่คำพิพากษามีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่โจทก์ยื่นคำร้องเข้ามาเช่นในคดีนี้พอจะแปลได้ว่าเป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอให้บังคับคดี โดยแปลว่าสัญญาประนีประนอมยอมความในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินที่ตกลงซื้อขายได้มุ่งหมายถึงสิ่งปลุกสร้างในที่ดินนั้นด้วย แล้วบังคับคดีไปตามนั้น เพราะคำพิพากษาตามยอมเป็นเรื่องบังคับไปตามสัญญายอมที่ถูกต้องแท้จริงได้ และกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ศาลออกหมายบังคับคดี หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจะต้องขอให้ศาลสั่งยกเลิกแก้ไขก่อนการบังคับคดีเสร็จ หรือภายใน ๘ วันนับแต่ทราบการฝ่าฝืน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ โจทก์มีสิทธิ์ที่จะขอบังคับให้จำเลยโอนบ้านพิพาทแก่โจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2953/2524 นายโชค ศิริรัตนานุภาพ โจทก์ นางสุภาพร แซ่เอี๊ยะ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโชค ศิริรัตนานุภาพ · ล. - นางสุภาพร แซ่เอี๊ยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 2573/2552ฎีกา 5801/2538ฎีกา 8688/2551ฎีกา 6968/2537ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 2422/2545ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 241/2499ฎีกา 161/2507ฎีกา 898/2534ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1690/2538ฎีกา 2709/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา