คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3327/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองทรัพย์สินมีอำนาจฟ้องผู้ที่ทำละเมิดต่อทรัพย์สินนั้นได้ แม้ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นจะไม่ได้เป็นของผู้ครอบครองโดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่นำสืบว่ารถยนต์พิพาทเป็นของภริยาโจทก์ตามทะเบียนรถยนต์ ซึ่งย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมของสามีภริยาตามกฎหมาย แต่แม้จะเป็นสินส่วนตัวของภริยา โจทก์ก็เป็นผู้ครอบครองและใช้สอยรถยนต์พิพาท จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ที่ทำละเมิดต่อโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันรับผิดชำระเงินให้โจทก์ 67,940 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 คงรับผิด 49,940 บาท พร้อมดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 3 ฎีกาอีกประเด็นหนึ่งว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อรถยนต์นั้นพิเคราะห์แล้วโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ขับรถยนต์พิพาทและเป็นเจ้าของ แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า ภริยาโจทก์เป็นเจ้าของเพราะมีชื่อเป็นเจ้าของในทะเบียนรถยนต์ เห็นว่า รถยนต์พิพาทเป็นของภริยาโจทก์ตามทะเบียนรถยนต์ ปกติย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมของสามีภริยาตามกฎหมาย แต่แม้จะเป็นสินส่วนตัวของภริยา โจทก์ก็เป็นผู้ครอบครองและใช้สอยรถยนต์พิพาท จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยให้รับผิดได้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3327/2524
นายอุดม ศักดิ์ผดุงกมล โจทก์
นายหงษ์ สุมาลี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอุดม ศักดิ์ผดุงกมล · จำเลย - นายหงษ์ สุมาลี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา