คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3333-3337/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้ครอบครองยานพาหนะที่ใช้ในการจ้าง ย่อมต้องร่วมรับผิดในผลเสียหายที่เกิดจากการกระทำของบุคคลที่ตนจ้างให้ครอบครองยานพาหนะนั้น
2. ศาลมีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ แม้คู่ความจะมิได้อุทธรณ์หรือฎีกาในประเด็นนั้นก็ตาม หากเป็นกรณีที่ไม่อาจแบ่งแยกได้
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 เพื่อนำไปซ่อม แม้โจทก์จะไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยที่ 1 ขับรถเพื่อนำไปซ่อมตามคำสั่งของผู้ใด แต่รถนั้นก็เป็นรถที่ใช้งานของจำเลยที่ 2 มีจำเลยที่ 1 เป็นคนขับประจำ และจำเลยที่ 1 เก็บรักษากุญแจรถไว้เอง จึงเป็นกิจการที่กระทำไปเพื่อประโยชน์แก่จำเลยที่ 2 โดยตรง เมื่อเกิดเหตุขึ้นย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย
ปัญหาเรื่องค่าสินไหมทดแทนศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นแต่ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าดอกเบี้ยในจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 7 (โจทก์สำนวนที่ 5) ด้วยนั้นคลาดเคลื่อนไปเพราะโจทก์ที่ 7 มิได้เรียกร้องเอาดอกเบี้ย เป็นการเกินคำขอและกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับหนี้ร่วมอันไม่อาจแบ่งแยกได้แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งห้าสำนวนนี้ศาลล่างทั้งสองพิจารณาพิพากษารวมกันมา
โจทก์ห้าสำนวนต่างฟ้องจำเลยสรุปความว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลโดยเป็นกรมสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์หมายเลข ๑ ล - ๐๒๔๔ มีเครื่องพ่วงท้ายของจำเลยที่ ๒ ตามถนนสายปัตตานี - นราธิวาส ด้วยความประมาทโดยขับรถด้วยความเร็วสูงเมื่อถึงบริเวณใกล้สี่แยกปาลัส ซึ่งเป็นย่านชุมนุมชนมีตลาดนัดและคนพลุกพล่าน จำเลยที่ ๑ มิได้ลดความเร็วกลับขับรถหลบคนไปทางขวามือ เป็นเหตุให้พุ่งเข้าชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ป.น. ๐๓๗๙๓ ของโจทก์สำนวนที่ ๕ ซึ่งจอดอยู่ และรถที่จำเลยที่ ๑ ขับได้ชนนางสะริเปาะ ปูเต๊ะ ภริยาโจทก์ที่ ๑ และเป็นมารดาของโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ สำนวนแรกถึงแก่ความตาย ชนโจทก์สำนวนที่ ๒โจทก์สำนวนที่ ๓ และโจทก์สำนวนที่ ๔ ได้รับบาดเจ็บ
จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ตามหน้าที่ราชการ และตามคำสั่งการควบคุมของจำเลยที่ ๒ ภายใต้การบังคับบัญชาหรือในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒เป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดด้วย
โจทก์ที่ ๑ สำนวนแรกเสียค่าใช้จ่ายในการทำศพนางสะริเปาะ ผู้ตายเป็นเงิน ๑๕,๖๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ ขาดการอุปการะเลี้ยงดู และให้การศึกษาส่วนของโจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๐,๘๐๐ บาท ของโจทก์ที่ ๓ เป็นเงิน ๑๖,๐๐๐ บาทรวมค่าเสียหายโจทก์สำนวนแรกเป็นเงิน ๔๒,๔๐๐ บาท
โจทก์สำนวนที่ ๒ เสียค่ารักษาพยาบาลกับค่าขาดรายได้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพ รวมเป็นเงิน ๓๔,๗๕๐ บาท
โจทก์สำนวนที่ ๓ เสียค่ารักษาพยาบาลกับค่าขาดรายได้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพ รวมเป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท
โจทก์สำนวนที่ ๔ เสียค่ารักษาพยาบาลกับค่าขาดรายได้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพ รวมเป็นเงิน ๑๐,๒๐๐ บาท
โจทก์สำนวนที่ ๕ เสียค่าซ่อมรถยนต์ที่ถูกชนและค่าขาดรายได้ระหว่างซ่อมรถ เป็นเงิน ๓๗,๔๕๐ บาท
โจทก์แต่ละสำนวนขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าว และโจทก์ที่ ๑ สำนวนแรกกับโจทก์สำนวนที่ ๒ สำนวนที่ ๓ และสำนวนที่ ๔ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จด้วย
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาทั้งห้าสำนวน
จำเลยที่ ๒ ให้การอย่างเดียวกันทุกสำนวนว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จริง แต่จำเลยที่ ๑ เอารถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ไปขับขี่โดยพลการมิได้รับอนุญาตหรือมอบหมายหรือได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแต่ประการใด จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติหรือกระทำการนอกเหนือและเกินอำนาจหน้าที่ เป็นการปฏิบัตินอกทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดค่าเสียหายสูงเกินกว่าความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง
ในการสั่งรวมการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ สำนวนแรกเป็นโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ตามเดิมและเรียกโจทก์สำนวนที่ ๒ สำนวนที่ ๓ สำนวนที่ ๔ และสำนวนที่ ๕ เป็นโจทก์ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ตามลำดับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๑๕,๖๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ รวม ๒๕,๒๐๐ บาท โจทก์ที่ ๔ เป็นเงิน ๑๗,๘๐๐ บาท โจทก์ที่ ๕ เป็นเงิน ๕,๔๐๐ บาท โจทก์ที่ ๖ เป็นเงิน ๓,๒๐๐ บาท และโจทก์ที่ ๗เป็นเงิน ๓๑,๑๕๐ บาท กับให้เสียดอกเบี้ยในเงินที่ต้องชดใช้แก่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖และที่ ๗ อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในยอดเงินที่ต้องรับผิดนับแต่วันฟ้องของแต่ละสำนวนจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ทุกสำนวน โดยคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีหตุอันควรอุทธรณ์ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ทั้งห้าสำนวนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ทุกสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถของจำเลยที่ ๒ เพื่อนำไปซ่อมแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้โจทก์จะไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถเพื่อนำไปซ่อมตามคำสั่งของผู้ใด แต่รถนั้นก็เป็นรถที่ใช้งานของจำเลยที่ ๒ มีจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับประจำ และจำเลยที่ ๑ เก็บรักษากุญแจรถไว้เอง การที่จำเลยที่ ๑ ขับรถเพื่อนำไปซ่อม จึงเป็นกิจการที่กระทำไปเพื่อประโยชน์แก่จำเลยที่ ๒ โดยตรง เมื่อเกิดเหตุขึ้นย่อมถือได้ว่า จำเลยที่ ๑ กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ดังนั้นจำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย
ส่วนปัญหาเรื่องค่าสินไหมทดแทนของโจทก์แต่ละสำนวนศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ในเรื่องนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนและศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น แต่ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าดอกเบี้ยในจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ ๗ (โจทก์สำนวนที่ ๕) ด้วยนั้นคลาดเคลื่อนไปเพราะโจทก์ที่ ๗ มิได้เรียกร้องเอาดอกเบี้ย การให้จำเลยเสียค่าดอกเบี้ยจึงเกินคำขอและกรณีดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหนี้ร่วมอันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้มีผลถึงจำเลยที่ ๑ ด้วยได้
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่ข้อที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองเสียดอกเบี้ยในเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ ๗ (โจทก์สำนวนที่ ๕) ให้แก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ยนั้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3333 - 3337/2524
นายอาแว ปูเต๊ะ ที่ 1 กับพวก โจทก์
นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก จำเลย
นางตีเยาะ ยูโซะ โจทก์
นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก จำเลย
นางตีเมาะ แวหามะ โจทก์
นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก จำเลย
นายดือราแม อาแว โจทก์
นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก จำเลย
นายแวหะมะ แวโน๊ะ โจทก์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอาแว ปูเต๊ะ ที่ 1 กับพวก · จำเลย - นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก · โจทก์ - นางตีเยาะ ยูโซะ · จำเลย - นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก · โจทก์ - นางตีเมาะ แวหามะ · จำเลย - นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก · โจทก์ - นายดือราแม อาแว · จำเลย - นายมกรา เที่ยงธรรม กับพวก · โจทก์ - นายแวหะมะ แวโน๊ะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · กิติ บูรพรรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปัตตานี - นายเกษม ยโสวันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอเนก สุเสารัจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา