⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3354/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3354/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ตนจัดให้มีขึ้นเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง หรือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจป้องกันได้

ย่อคำพิพากษา

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเลยผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยจัดให้มีขึ้นเพื่อจำหน่ายตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคสอง จำเลยนำสืบว่าผู้ตายคงขึ้นไปนั่งบนผนังกันตกที่ดาดฟ้าแล้วเสียหลักมือจึงไปถูกสายไฟฟ้าเข้า ดังนี้ ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองดังจำเลยอ้าง การเดินสายไฟฟ้าแรงสูงซึ่งเป็นสายเปลือยผ่านอาคารที่เกิดเหตุในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง หากจำเลยจัดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสายไฟฟ้าดังกล่าวให้ถูกต้องตามวิธีการที่กำหนดไว้ ก็อาจป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากสายไฟฟ้านั้นได้ จึงอยู่ในวิสัยของจำเลยที่จะป้องกันได้ อันตรายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ตายจึงถือไม่ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 53,100 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยเป็นผู้ดำเนินการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเขตอำเภอพนัสนิคมได้ขึงสายไฟฟ้าแรงสูงขนาด 22,000 โวลท์ ซึ่งเป็นสายเปลือยผ่านเหนือกันสาดดาดฟ้าของตึกร้านภักดีในระยะห่างกำแพงกันตกของดาดฟ้า 0.70เมตร และสูงเหนือกันสาด 1.15 เมตร ส่วนกำแพงกันตกของดาดฟ้าสูง 0.80 เมตร เด็กหญิงแพรว เหลืองอ่อน ถูกกระแสไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าของจำเลยนี้ดูดตายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2521 การขึงสายไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานระยะห่างที่ปลอดภัยในการก่อสร้างทางไฟฟ้าซึ่งจำเลยกำหนดไว้ตามเอกสารหมาย จ.11 ว่า ต้องห่างจากตัวอาคารไม่น้อยกว่า 3 เมตรภายหลังเกิดเหตุคดีนี้แล้ว จำเลยได้ยกสายไฟฟ้าเกิดเหตุให้สูงขึ้นตามภาพถ่ายหมาย จ.4 สายไฟฟ้าแรงสูงที่เกิดเหตุขึงภายหลังการปลูกสร้างอาคารที่เกิดเหตุ ที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่เด็กหญิงแพรว เหลืองอ่อน ถึงแก่ความตายเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองและเกิดแต่เหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า กระแสไฟฟ้าที่จำเลยจัดให้มีขึ้นเพื่อจำหน่ายเป็นของที่เกิดอันตรายได้โดยสภาพ จำเลยผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหาย อันเกิดแต่กระแสไฟฟ้านั้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 437 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยผู้ครอบครองจะพ้นความรับผิดต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่า การเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าเหตุเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองนั้น ตามทางนำสืบของจำเลยจำเลยคงมีแต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยเบิกความในเชิงให้ข้อสันนิษฐานว่าเด็กหญิงแพรวคงขึ้นไปนั่งบนผนังกันตกที่ดาดฟ้าแล้วเสียหลักมือจึงไปถูกสายไฟฟ้าเข้าเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เหตุเกิดเพราะความผิดของผู้ตายเองดังจำเลยอ้าง ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่า การตายของเด็กหญิงแพรวเกิดแต่เหตุสุดวิสัยนั้น ตามทางนำสืบของจำเลยก็มิได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัยอย่างไร ข้อเท็จจริงกลับได้ความว่าในการเดินสายไฟฟ้าแรงสูงกำลัง 22,000 โวลท์และเป็นสายเปลือยนั้นจำเลยได้กำหนดมาตรฐานระยะห่างปลอดภัยในการก่อสร้างทางไฟฟ้าตามเอกสารหมาย จ.11 แผ่นที่ 3 โดยกำหนดระยะน้อยที่สุดในแนวระดับจากสายไฟฟ้ายังอาคารเป็นระยะ 3 เมตร แต่สายไฟฟ้าที่เกิดเหตุในคดีนี้ขึงผ่านกันสาดชั้นดาดฟ้าของอาคารที่เกิดเหตุทางกำแพงกันตกของดาดฟ้าเพียง 0.70 เมตร ตามเอกสารหมาย จ.11 ยังมีบันทึกเรื่องอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงสรุปใจความได้ว่า หากมีระยะห่างในแนวระดับระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนยื่นของอาคารน้อยกว่า1.50 เมตร ให้ดำเนินการแก้ไขอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเลื่อนตำแหน่งติดตั้งลูกถ้วยให้อยู่ห่างจากอาคาร เปลี่ยนไม้คอนเป็นแบบท้าวแขน ย้ายแนวสายหรือเปลี่ยนสายจากชนิดสายเปลือยเป็นสายหุ้มฉนวน นายปรีดี ณ สงขลา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าของจำเลยเองก็ยังเบิกความว่า ลักษณะของสายไฟฟ้าที่เดินผ่านตัวตึกอาคารที่เกิดเหตุตามภาพถ่ายในเอกสารหมาย จ.6ไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ของจำเลยเดินสายไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นสายเปลือยผ่านอาคารที่เกิดเหตุในลักษณะที่ไม่ถูกต้องอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นได้ทุกขณะและโดยง่าย หากจำเลยจัดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสายไฟฟ้าดังกล่าวให้ถูกต้องตามวิธีการที่กำหนดไว้ก็อาจป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากสายไฟฟ้านั้นได้ จึงอยู่ในวิสัยของจำเลยที่จะป้องกันได้ อันตรายที่เกิดขึ้นแก่เด็กหญิงแพรวจึงถือไม่ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3354/2524 นายเชี่ยน เหลืองอ่อน โจทก์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชี่ยน เหลืองอ่อน · จำเลย - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2659/2524ฎีกา 795/2510ฎีกา 4193/2530ฎีกา 390/2535ฎีกา 2399/2523ฎีกา 3760/2533ฎีกา 947/2515ฎีกา 3819/2540ฎีกา 1678/2546ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 619/2510ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1637/2530ฎีกา 3887/2534ฎีกา 3999/2559ฎีกา 6896/2538ฎีกา 2684/2534ฎีกา 942/2531ฎีกา 1250/2517ฎีกา 3595/2534ฎีกา 3088/2524ฎีกา 740/2526ฎีกา 514/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา