⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3386/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3386/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งสิทธิและหนี้สินในกองมรดก และต้องคืนทรัพย์สินของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ให้เจ้ามรดกครอบครองเมื่อมีการบอกกล่าวแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นบุตรและเป็นผู้จัดการดูแลเก็บผลประโยชน์จากอาคารตลาดซึ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้ามรดก จึงอยู่ในฐานะเป็นทายาทผู้รับมรดกของเจ้ามรดกและเป็นผู้ได้เข้าไปจัดการมรดกด้วย จำเลยต้องรับทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดในกองมรดกของเจ้ามรดกนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1600 เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทที่ให้เจ้ามรดกอาศัยปลูกสร้างอาคารตลาดประสงค์จะเอาที่พิพาทของตนคืน ได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ กรณีดังกล่าวจะนำอายุความมรดก 1 ปีตามมาตรา 1754 มาใช้บังคับหาได้ไม่เพราะมิใช่เรื่องฟ้องร้องเกี่ยวกับมรดก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1737 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงซึ่งนางเอื้อนมารดาจำเลยได้ขออาศัยปลูกสร้างอาคารชั่วคราวทำเป็นตลาดเก็บค่าเช่า ต่อมานางเอื้อนตายโจทก์ได้บอกกล่าวจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางเอื้อนให้รื้อถอนอาคารตลาดแต่จำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามจึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ใช้ค่าเสียหาย ๖,๐๐๐ บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๒๒ จนกว่าจำเลยจะรื้ออาคารออกไป จำเลยให้การว่า บิดาจำเลยได้ครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทโดยสงบเปิดเผย ตลอดมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว นางเอื้อนไม่เคยขออาศัยที่ดินโจทก์ จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกนางเอื้อนนางเอื้อนตายมาเกิน ๑ ปีแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยรื้อถอนอาคารตลาดออกไปจากที่พิพาทห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๕๐๐ บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนอาคารออกไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นย่อมตกแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๙๙ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นบุตรและเป็นผู้ดูแลจัดการเก็บผลประโยชน์จากอาคารตลาดซึ่งเป็นทรัพย์สินอันเป็นมรดกของนางเอื้อนเจ้ามรดก จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นทายาทและเป็นผู้รับมรดกของเจ้ามรดกจำเลยเป็นผู้จัดการดูแลเก็บผลประโยชน์จากอาคารตลาดนั้น ย่อมจะถือได้ว่าจำเลยได้เข้าไปจัดการมรดกของเจ้ามรดกดังกล่าวด้วย จำเลยต้องรับทั้งสิทธิ หน้าที่และความรับผิดในกองมรดกของเจ้ามรดกนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๐ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทประสงค์จะเอาที่พิพาทของตนคืน ได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ฟ้องเรียกคืนภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่นางเอื้อนตายฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่ากรณีตามข้ออ้างของจำเลยเป็นเรื่องของการฟ้องร้องเกี่ยวกับมรดก ที่จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ มาใช้บังคับซึ่งเป็นคนละอย่างต่างกับกรณีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3386/2524 จ่าสิบตำรวจจำแลง คงทอง โจทก์ นายปรีชา ช่วยพนัง ผู้จัดการมรดกของนางเอื้อน ช่วยพนัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบตำรวจจำแลง คงทอง · ผู้จัดการมรดกของนางเอื้อน - นายปรีชา ช่วยพนัง · จำเลย - ช่วยพนัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีอยุธยา - นายธวัช อรรถวรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเผอิญ สถานสถิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1200/2523ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 94/2493ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา