⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3546-3547/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546-3547/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่นายจ้างจะนำมาหักจากค่าจ้างได้ ต้องเป็นหนี้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "หนี้อื่น" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 30 นั้น หมายถึงหนี้อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง หนี้ที่โจทก์ทั้งสองต้องรับผิดชดใช้ให้แก่จำเลยเนื่องจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างจึงมิใช่หนี้อื่นซึ่งนายจ้างจะนำมาหักจากค่าจ้างมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.30 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ว่า โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ ตามลำดับ โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย มีหน้าที่ปิดเปิดประตูหน้าต่างโรงซ่อมรถจักรดีเซลต่อมามีคนร้ายโจรกรรมทรัพย์สินของโรงซ่อมรถจักรดีเซลระหว่างที่โจทก์ที่ ๑ ทำหน้าที่ปิดเปิดประตูหน้าต่าง ๖ ครั้ง และระหว่างที่โจทก์ที่ ๒ ทำหน้าที่ปิดเปิดประตูหน้าต่าง ๕ ครั้ง จำเลยได้สั่งให้โจทก์ที่ ๑ รับผิดชดใช้เงิน ๓,๙๔๓.๗๓ บาท โจทก์ที่ ๒ รับผิดชดใช้เงิน ๓,๘๐๘.๑๕ บาท โดยหักจากค่าจ้างของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นรายเดือน และโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ถูกตัดค่าจ้าง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีกำหนด ๑ เดือนเป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำ พ.ศ. ๒๕๒๓ หนึ่งขั้น คำสั่งของจำเลยไม่ถูกต้อง เพราะการที่ทรัพย์สินหายมิได้อยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ มิได้ประมาทเลินเล่อแต่อย่างใดขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ลงโทษตัดค่าจ้างและให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหาย ให้จำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๓,๙๔๓.๗๓ บาท โจทก์ที่ ๒เป็นเงิน ๓,๘๐๘.๑๕ บาท กับค่าจ้างที่จำเลยสั่งตัดไปแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๒๙๗.๙๐ บาท โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๗๙.๑๐ บาท และให้จำเลยเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๓ แก่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ คนละ ๑ ขั้น จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า นอกจากโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างชั้นสองประจำกองซ่อมรถจักรโรงงานมักกะสัน ฝ่ายการช่างกลแล้วโจทก์ทั้งสองยังมีหน้าที่ปิดเปิดโรงซ่อมรถจักรดีเซลในระหว่างเวลา ๖.๓๐ นาฬิกา ถึง ๑๖.๔๕ นาฬิกาอีกด้วย โดยจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาตอบแทนเพิ่มให้อีกวันละ ๒ ชั่วโมง ระหว่างที่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ทำหน้าที่ปิดเปิดโรงซ่อมรถจักรดีเซล ได้มีคนร้ายลักทรัพย์ของจำเลยภายในโรงซ่อมรถจักรดีเซลรวม ๖ ครั้ง จำเลยตั้งกรรมการสอบสวนแล้วสรุปว่าคนร้ายได้เข้าหลบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงซ่อมรถจักรดีเซลก่อนที่โจทก์จะปิดประตูหน้าต่างและยังปรากฏด้วยว่ามีการชำรุดบกพร่องของประตูและช่องลม เป็นเหตุให้คนร้ายโจรกรรมทรัพย์สินของจำเลยแสดงว่าโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ประมาทเลินเล่อบกพร่องต่อหน้าที่คณะกรรมการสอบสวนเสนอให้ลงโทษทางวินัย และให้โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ กับผู้อื่นที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย จำเลยเห็นพ้องกับความเห็นของกรรมการสอบสวน จึงลงโทษตัดเงินเดือนคนละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีกำหนด ๑ เดือน ลงโทษภาคทัณฑ์และมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายรวม ๖ ครั้ง ทั้งนี้ตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของจำเลยคือประมวลการลงโทษผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ และคำสั่งทั่วไปลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๐๒ ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้รับการเลื่อนค่าจ้างประจำปี ๒๕๒๓ เพราะถูกลงโทษตัดเงินเดือนในรอบปีที่แล้วมาซึ่งเป็นคำสั่งทั่วไปลงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๑๒ เรื่อง หลักเกณฑ์การเลื่อนเงินเดือนและค่าจ้างประจำปีของผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลยจึงไม่อาจเลื่อนเงินเดือนให้โจทก์ได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างมีความเห็นแย้งในประเด็นที่ว่า จำเลยมีสิทธิหักค่าจ้างของโจทก์เพื่อชดใช้ทรัพย์สินที่ถูกลัก โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ ที่กำหนดไว้ว่า"ในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด นายจ้างจะนำหนี้อื่นมาหักมิได้ "นั้น มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างในเรื่องค่าแรงงานมิให้นายจ้างเอาเปรียบลูกจ้าง ถือว่าเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพราะการปล่อยให้นายจ้างเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงลูกจ้างย่อมจะก่อให้เกิดความระส่ำระสายและกระทบกระเทือนความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยให้ลูกจ้างประมาทเลินเล่อและมีความบกพร่องในการทำงานหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างอย่างไรก็ได้ โดยนายจ้างไม่มีสิทธิที่จะออกคำสั่งหรือวางระเบียบหรือทำข้อตกลงใด ๆ เพื่อป้องกันความเสียหายนั้น ความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ย่อมจะถูกทำลายเช่นเดียวกัน ดังนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จึงมิได้มีเจตนารมณ์ที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างหรือนายจ้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่เพียงฝ่ายเดียว คำว่า "หนี้อื่น" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ หมายถึงหนี้ชนิดใดพิเคราะห์ข้อความที่ว่า "ในการจ่ายค่าจ้างค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดนายจ้างจะนำหนี้อื่นมาหักมิได้" แล้วตีความกลับกันได้ว่า ถ้าไม่ใช่ "หนี้อื่น"แต่เป็นหนี้เกี่ยวข้องกับตัวค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดนั้นเองก็ย่อมจะหักได้ ดังนี้ เมื่อพิเคราะห์ถ้อยคำข้างต้นกับเจตนารมณ์ของประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวประกอบกันแล้ว คำว่า "หนี้อื่น" จึงหมายถึงหนี้อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง เช่น ค่าซื้อของจากสโมสร หนี้เงินกู้ฯลฯ เป็นต้น แต่กรณีนี้เป็นหนี้ที่โจทก์ทั้งสองต้องรับผิดชดใช้แก่จำเลยเนื่องจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างจึงมิใช่ "หนี้อื่น" ซึ่งจำเลยจะนำมาหักจากค่าจ้างมิได้ ถ้าประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวประสงค์จะมิให้มีการหักหนี้ทุกชนิดจากค่าจ้างแรงงาน ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดแล้ว ก็ย่อมจะใช้คำว่า"หนี้ใด ๆ" หรือถ้อยคำอื่นที่มีความหมายทำนองเดียวกัน คงจะไม่ใช้คำว่า "หนี้อื่น"ดังที่ปรากฏในปัจจุบันเป็นแน่ ทั้งไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นหนี้ตามคำพิพากษาดังที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์ เพราะไม่มีข้อความตอนใดในประกาศกระทรวงมหาดไทยที่พอจะแปลความได้เช่นนั้น จึงเห็นว่าคำสั่งทั่วไปของการรถไฟที่ ก.๖๒/๓๕๘๐ เรื่อง การหักเงินเดือนและเงินค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๓๐ จำเลยจึงมีสิทธิหักค่าจ้างของโจทก์ชดใช้ความเสียหายสำหรับทรัพย์สินของจำเลยที่ถูกโจรกรรมได้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546 - 3547/2524 นายเอกชัย บุญชู กับพวก โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอกชัย บุญชู กับพวก · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 3045/2545ฎีกา 2776/2525ฎีกา 881/2544ฎีกา 3635/2541ฎีกา 3515/2532ฎีกา 4853/2551ฎีกา 145/2554ฎีกา 336/2525ฎีกา 3729/2552ฎีกา 5154/2530ฎีกา 673/2511ฎีกา 908/2532ฎีกา 7523/2540ฎีกา 2598/2541ฎีกา 223/2480ฎีกา 1894/2529ฎีกา 7547/2559ฎีกา 289/2567ฎีกา 4844/2545ฎีกา 1789/2532ฎีกา 6006/2534ฎีกา 512/2506ฎีกา 3378/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา