คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3892/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้แจ้งเจตนาการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่รับโอนให้แก่ผู้โอนแล้ว หากผู้โอนผิดสัญญาไม่ดำเนินการโอน ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้รับโอนไม่สามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้นได้ ถือเป็นค่าเสียหายที่ผู้โอนได้คาดเห็นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ธนาคารโจทก์ผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้มีเอกสารแจ้งจำเลยผู้โอนแล้วว่าจะใช้ตึกอาคารพิพาทเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาของธนาคารโจทก์ เมื่อจำเลยผิดสัญญาไม่จัดการโอน ฉะนั้น ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ในกรณีนี้ จึงเป็นค่าเสียหายที่จำเลยได้คาดเห็นแล้ว หาใช่นอกเหนือจากการคาดการณ์ของจำเลยหรือไกลกว่าเหตุไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาเฉพาะประเด็นข้อค่าเสียหาย ดังที่จำเลยฎีกาว่าค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน 150,000 บาท เพราะธนาคารโจทก์ไม่สามารถตั้งสาขาธนาคารได้ ณ ตึกอาคารพิพาท เป็นค่าเสียหายนอกเหนือจากการคาดการณ์ของจำเลยไกลกว่าเหตุ เลื่อนลอยและเกินความจริง ขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายหรือพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเอกสารหมาย จ.4 เป็นคำเสนอของจำเลยที่จะโอนสิทธิการเช่าตึกอาคารพิพาทให้แก่นางสาวกาญจนา ชีวนินทกุล หรือตามคำสั่งภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2521 และข้อเท็จจริงยุติว่านางสาวกาญจนาเป็นตัวแทนธนาคารโจทก์ ซึ่งจำเลยก็ยอมรับในฎีกาว่าในเดือนกันยายน 2521 ใกล้ครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน ธนาคารโจทก์ได้นำเอกสารหมาย จ.11 ไปปิดให้แก่จำเลยจึงเป็นที่เปิดเผยขึ้นว่าตัวการที่จะเข้ารับโอนสิทธิการเช่าคือธนาคารโจทก์ และธนาคารโจทก์จะใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขา ดังนี้เห็นว่า สัญญาโอนสิทธิการเช่าระหว่างจำเลยผู้โอนกับธนาคารโจทก์ผู้รับโอนได้เกิดขึ้นในวันที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารโจทก์นำเอกสารหมาย จ.11 ไปปิดให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2521 ภายในกำหนด 90 วัน อันเป็นวันที่ถือได้ว่าคำสนองของธนาคารโจทก์ไปถึงจำเลยแล้ว จำเลยย่อมผูกพันที่จะต้องโอนสิทธิการเช่าให้ธนาคารโจทก์ เมื่อจำเลยผิดสัญญาไม่จัดการโอนธนาคารโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ.12 แล้วธนาคารโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการที่ไม่สามารถตั้งสาขาธนาคาร ณ ตึกอาคารพิพาทได้ ทั้งนี้เพราะธนาคารโจทก์ได้แจ้งตามเอกสารหมาย จ.11 แล้วว่าจะใช้ตึกอาคารพิพาทเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาของธนาคารโจทก์ดังที่จำเลยยอมรับในฎีกาดังกล่าวข้างต้น ฉะนั้น ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ในกรณีนี้ จึงเป็นค่าเสียหายที่จำเลยได้คาดเห็นแล้ว หาใช่นอกเหนือจากการคาดการณ์ของจำเลยหรือไกลกว่าเหตุดังที่จำเลยฎีกาไม่"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3892/2524
บริษัทธนาคารทหารไทย จำกัด โจทก์
นายทรงยศ กาญจนิยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทธนาคารทหารไทย จำกัด · จำเลย - นายทรงยศ กาญจนิยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา