⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 4017/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4017/2524

ป.พ.พ. ม.224, 856

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงเบิกเงินเกินบัญชีไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ และจำเลยต้องรับผิดชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยทบต้น แม้ข้อตกลงจะไม่ได้ระบุวงเงินและดอกเบี้ยไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงเบิกเงินเกินบัญชีไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือ แม้มิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือระบุวงเงินที่จะเบิกเกินบัญชีและมิได้กำหนดเรื่องดอกเบี้ยไว้ จำเลยก็ต้องรับผิดชำระหนี้รวมทั้งดอกเบี้ยทบต้นด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันไว้แก่ธนาคารโจทก์สาขาคลองประปาบัญชีเลขที่ ๘๔๗ อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาจำเลยได้ตกลงกับโจทก์ขอเบิกเงินเกินบัญชีโดยวิธีเบิกเงินและฝากเงินหักทอนบัญชีกับโจทก์ในบัญชีเลขที่ ๘๔๗ ของจำเลย จำเลยยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี และยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระเป็นรายเดือนทบเข้ากับต้นเงินที่ได้เบิกเกินบัญชีและยอมให้ถือเป็นจำนวนเงินซึ่งจำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราและในกำหนดเวลาเช่นเดียวกันเรื่อยไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเสร็จสิ้น เมื่อหักทอนบัญชีเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๑๙ แล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์รวมเป็นเงิน ๒๘,๒๔๙ บาท ๙๒ สตางค์ และคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๔๐,๒๗๕ บาท ๔๕ สตางค์ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ดังกล่าว จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงโดยตรงหรือโดยปริยายผูกพันหรือรับผิดชอบการเบิกเงินเกินบัญชี การเบิกเงินเกินบัญชีต้องทำเป็นหนังสือซึ่งจำเลยไม่เคยทำไว้แก่โจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๘,๔๒๙ บาท ๙๒ สตางค์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้เปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวันบัญชีเลขที่ ๘๔๗ ไว้แก่ธนาคารโจทก์สาขาคลองประปาเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๙ จำเลยได้ขอเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารโจทก์สาขาคลองประปาโดยตกลงกันด้วยวาจาว่าจำเลยจะสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินและจะนำเงินมาเข้าบัญชีของจำเลยหักทอนกันไป ถ้าจำเลยเบิกเงินเกินบัญชีเท่าใดถือว่าเป็นหนี้โจทก์ยอมเสียดอกเบี้ยให้ร้อยละ ๑๕ ต่อปี กำหนดส่งดอกเบี้ยเป็นรายเดือนภายในวันที่ ๕ ของทุก ๆ เดือน ถ้าผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยยอมให้โจทก์นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นต้นเงินได้จนกว่าจะเลิกสัญญากัน จำเลยได้เบิกเงินและนำเงินเข้าบัญชีจนถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๑๙ เมื่อหักทอนบัญชีกันแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน ๒๘,๔๒๙ บาท ๙๒ สตางค์ และศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อตกลงเบิกเงินเกินบัญชีไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือ คู่กรณีย่อมตกลงกันได้ด้วยวาจา จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยทบต้นด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4017/2524 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นายชัยยง ดีสบโชค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นายชัยยง ดีสบโชค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1555/2527ฎีกา 621/2543ฎีกา 2476/2537ฎีกา 1919/2529ฎีกา 5655-5751/2543ฎีกา 5408/2537ฎีกา 6249/2537ฎีกา 5553-5952/2564ฎีกา 3026/2565ฎีกา 4028/2564ฎีกา 7016/2558ฎีกา 1180/2540ฎีกา 2055/2554ฎีกา 5315/2537ฎีกา 4785/2540ฎีกา 3757/2543ฎีกา 3942/2545ฎีกา 2300/2533ฎีกา 308-309/2511ฎีกา 225/2504ฎีกา 2886/2545ฎีกา 10022/2553ฎีกา 1854/2493ฎีกา 3406/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา