คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้บรรยายว่าจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลได้ทำสัญญาว่าจ้างโดยใครเป็นผู้แทนนั้น ถือว่าโจทก์ได้ฟ้องนิติบุคคลนั้นให้มีความรับผิดตามคำขอท้ายฟ้องแล้ว หากนิติบุคคลนั้นมิได้โต้แย้งว่าตนมิได้เป็นคู่สัญญา ก็ไม่มีประเด็นว่านิติบุคคลนั้นไม่ต้องรับผิดเพราะมิได้เป็นคู่สัญญา
ย่อคำพิพากษา
ในช่องคู่ความในฟ้องใส่ว่า วัดเป็นจำเลยที่ 1 ในคำบรรยายฟ้องมีความรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้บรรยายว่าวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นได้ทำสัญญาว่าจ้างโดยใครเป็นผู้แทน คำฟ้องเช่นนี้ก็ถือว่า โจทก์ได้ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้มีความรับผิดขอบตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย และวัดก็มิได้โต้แย้งว่าวัดมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จึงไม่มีประเด็นว่าวัดไม่ต้องรับผิดเพราะมิได้เป็นคู่สัญญาแต่ประการใด
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2503
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าจ้างเหมาสร้างศาลาการเปรียญ วัดผาสุการาม จังหวัดนครปฐม ซึ่งค้างจ่ายงวดที่ ๒ พร้อมด้วยดอกเบี้ย ๒๕,๑๒๓.๑๐ บาท กับดอกเบี้ยต่อไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ผิดสัญญา
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยคงค้างชำระค่าจ้างงวด ๒ อี ๙,๑๔๘.๕๐ บาท โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดเมื่อใดจึงพิพากษาให้จำเลยให้เงินดังกล่าวกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ๑/๒ ต่อปี ตั้งแต่วันฟ้อง
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อวินิจฉัยในเบื้องต้นมีว่า คดีนี้โจทก์ได้ฟ้องวัดให้มีความรับผิดชอบด้วยหรือไม่ โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์ได้ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้มีความรับผิดตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย และวัดก็มิได้โต้แย้งว่าวัดมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จึงไม่มีประเด็นว่า วัดไม่ต้องรับผิดเพราะมิได้เป็นคู่สัญญาแต่ประการใด และฟังว่า จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างงวดที่ ๒ จริง
ส่วนจำเลยที่ ๓ ศาลฎีกาเห็นว่า ได้ลงชื่อเป็นผู้จ้างในสัญญาเพิ่มเติมหมาย จ.๒ และที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้จ้าง จำเลยที่ ๓ ก็มิได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยมิใช่ผู้จ้างแต่ประการใด คงต่อสู้แต่ว่าโจทก์ผิดสัญญาเท่านั้น จำเลยที่ ๓ จึงต้องรับผิดด้วย
ส่วนในข้อที่ศาลล่วงให้จำเลยเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง นั้น ก็เพราะไม่ปรากฎวันผิดนัด คำวินิจฉัยของศาลล่างในข้อนี้เป็นการถูกต้องแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๓ รับผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นเป็นตามคำพิพากษศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2504
นายเหลื่อม เคหะนาค ที่ 1 นายใต้พก แช่พู ที่ 3 โจทก์
วัดผาสุการาม (โดยพระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาส) ที่ 1, พระมหาหวัง
เพชรที่หนึ่ง ที่ 2, พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3, นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที่ 4, นายทองสุข
เกิดเจริญ ที่ 5 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหลื่อม เคหะนาค ที่ 1 นายใต้พก แช่พู ที่ 3 · พระมหาหวัง - วัดผาสุการาม (โดยพระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาส) ที่ 1, · นายทองสุข - เพชรที่หนึ่ง ที่ 2, พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3, นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที่ 4, · จำเลย - เกิดเจริญ ที่ 5 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ · อนุสสรนิติสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสอาด วรรธนวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากยพิบูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา