⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 225/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้บรรยายว่าจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลได้ทำสัญญาว่าจ้างโดยใครเป็นผู้แทนนั้น ถือว่าโจทก์ได้ฟ้องนิติบุคคลนั้นให้มีความรับผิดตามคำขอท้ายฟ้องแล้ว หากนิติบุคคลนั้นมิได้โต้แย้งว่าตนมิได้เป็นคู่สัญญา ก็ไม่มีประเด็นว่านิติบุคคลนั้นไม่ต้องรับผิดเพราะมิได้เป็นคู่สัญญา

ย่อคำพิพากษา

ในช่องคู่ความในฟ้องใส่ว่า วัดเป็นจำเลยที่ 1 ในคำบรรยายฟ้องมีความรวมๆ ว่าจำเลยจ้างเหมาโจทก์ โดยมิได้บรรยายว่าวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นได้ทำสัญญาว่าจ้างโดยใครเป็นผู้แทน คำฟ้องเช่นนี้ก็ถือว่า โจทก์ได้ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้มีความรับผิดขอบตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย และวัดก็มิได้โต้แย้งว่าวัดมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จึงไม่มีประเด็นว่าวัดไม่ต้องรับผิดเพราะมิได้เป็นคู่สัญญาแต่ประการใด ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2503

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.72 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.74 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.221 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าจ้างเหมาสร้างศาลาการเปรียญ วัดผาสุการาม จังหวัดนครปฐม ซึ่งค้างจ่ายงวดที่ ๒ พร้อมด้วยดอกเบี้ย ๒๕,๑๒๓.๑๐ บาท กับดอกเบี้ยต่อไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ผิดสัญญา ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยคงค้างชำระค่าจ้างงวด ๒ อี ๙,๑๔๘.๕๐ บาท โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดเมื่อใดจึงพิพากษาให้จำเลยให้เงินดังกล่าวกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ๑/๒ ต่อปี ตั้งแต่วันฟ้อง โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อวินิจฉัยในเบื้องต้นมีว่า คดีนี้โจทก์ได้ฟ้องวัดให้มีความรับผิดชอบด้วยหรือไม่ โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์ได้ฟ้องวัดในสภาพนิติบุคคลให้มีความรับผิดตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย และวัดก็มิได้โต้แย้งว่าวัดมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จึงไม่มีประเด็นว่า วัดไม่ต้องรับผิดเพราะมิได้เป็นคู่สัญญาแต่ประการใด และฟังว่า จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างงวดที่ ๒ จริง ส่วนจำเลยที่ ๓ ศาลฎีกาเห็นว่า ได้ลงชื่อเป็นผู้จ้างในสัญญาเพิ่มเติมหมาย จ.๒ และที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้จ้าง จำเลยที่ ๓ ก็มิได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยมิใช่ผู้จ้างแต่ประการใด คงต่อสู้แต่ว่าโจทก์ผิดสัญญาเท่านั้น จำเลยที่ ๓ จึงต้องรับผิดด้วย ส่วนในข้อที่ศาลล่วงให้จำเลยเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง นั้น ก็เพราะไม่ปรากฎวันผิดนัด คำวินิจฉัยของศาลล่างในข้อนี้เป็นการถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๓ รับผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นเป็นตามคำพิพากษศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2504 นายเหลื่อม เคหะนาค ที่ 1 นายใต้พก แช่พู ที่ 3 โจทก์ วัดผาสุการาม (โดยพระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาส) ที่ 1, พระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง ที่ 2, พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3, นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที่ 4, นายทองสุข เกิดเจริญ ที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเหลื่อม เคหะนาค ที่ 1 นายใต้พก แช่พู ที่ 3 · พระมหาหวัง - วัดผาสุการาม (โดยพระมหาหวัง เพชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาส) ที่ 1, · นายทองสุข - เพชรที่หนึ่ง ที่ 2, พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3, นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที่ 4, · จำเลย - เกิดเจริญ ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสอาด วรรธนวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากยพิบูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6/2475ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2801/2527ฎีกา 462/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา