⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 85/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากันตามมาตรา 1357 นั้น เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่สามารถนำสืบหักล้างได้ และศาลมีอำนาจวินิจฉัยส่วนแห่งความเป็นเจ้าของได้ตามข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 บัญญัติว่า "ท่านใหัสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน" นั้น ย่อมนำสืบหักล้างได้ว่าความจริงมีอยู่อย่างไร และศาลมีอำนาจวินิจฉัยได้ว่า ฝ่ายใด้มีส่วนเป็นเจ้าของในส่วนใดเท่าใด หาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยครอบครองที่ดินส่วนของจำเลยมา 10 ปีแล้วย่อมได้กรรมสิทธิ์นั้น เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยได้รับโอนที่ดินพิพาทจากบิดาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2482 แล้วครอบครองตลอดมา ตามคำให้การนี้ถือได้ว่าจำเลยได้ยกประเด็นขึ้นอ้างแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินมาเกิน 10 ปี ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๘๒ นายโต๊ะยกที่ดินโฉนดที่ ๒๘๓๖ เนื้อที่ ๒๒๙ ไร่ ๑ งาน ให้นางมณีกับจำเลยคนละครึ่ง นางมณีครอบครองที่ดินส่วนของตน เนื้อที่ ๑๑๔ ไร่ ๒ งาน ๕๐ ตารางวา ตลอดมาจนถึงแก่กรรม เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๙๗ นายสุลัยมานสามีได้รับมรดกที่ดินส่วนของนางมณี เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๙๘ และได้ยกที่ดังกล่าวให้บุตร ๖ คน ซึ่งรวมทั้งโจทก์ด้วยเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๑๗ และยกให้บุตรอีก ๒ คน เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๑๗ โจทก์กับพี่น้องซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินส่วนของนางมณีร่วมกันประสงค์จะแบ่งแยกที่ดิน แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งแยก ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้แบ่งแยกที่ดิน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า นายโต๊ะได้โอนที่ดินให้นางมณี ๑๐๐ ไร่ ให้จำเลย ๑๒๙ ไร่ ๑ งาน เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๘๒ นางมณีกับจำเลยต่างครอบครองที่ดินตามส่วนของตนตลอดมา ที่ดินของนางมณีต่อมาตกเป็นของโจทก์กับพี่น้องอีก ๗ คน ดังนั้น โจทก์กับพวกจึงเป็นเจ้าของที่ดินเพียง ๑๐๐ ไร่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้แบ่งที่ดินโฉนดที่ ๒๘๓๖ ให้โจทก์กับพวกฝ่ายหนึ่งกับจำเลยฝ่ายหนึ่ง โดยให้จำเลยได้ที่ดินส่วนตะวันตกภายในเส้นสีม่วงตามแผนที่พิพาท ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีมิได้บรรยายส่วนของเจ้าของรวมไว้ในโฉนด แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๗ จะสันนิษฐานว่าเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากันก็ตาม จำเลยก็มีสิทธินำสืบ และศาลมีอำนาจวินิจฉัยได้ว่า จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของในส่วนใดเท่าใด หาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายไม่ โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยครอบครองที่ดินส่วนของจำเลยมา ๑๐ ปีแล้วย่อมได้กรรมสิทธิ์ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น เห็นว่าจำเลยให้การว่าจำเลยได้ยกประเด็นขึ้นอ้างแล้วว่าจำเลยครอบครองที่ดินมาเกิน ๑๐ ปี ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยนอกประเด็น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2524 นายสมพงษ์ มะหะหมัด โจทก์ นางชาแลฮอ ซำเซ็น ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมพงษ์ มะหะหมัด · ล. - นางชาแลฮอ ซำเซ็น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · พินิจ สังขนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายวินัย กันนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิท สุนทรขจิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1427/2493ฎีกา 245/2531ฎีกา 5283/2540ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1500/2542ฎีกา 5438/2537ฎีกา 199/2535ฎีกา 5050/2541ฎีกา 3005/2541ฎีกา 953/2505ฎีกา 1166/2491ฎีกา 410/2493ฎีกา 1250/2511ฎีกา 4303/2530ฎีกา 8640/2542ฎีกา 2293/2519ฎีกา 582/2510ฎีกา 5930/2533ฎีกา 871/2531ฎีกา 2658/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา