⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 884/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิอันเกิดจากการจ้างแรงงานที่อยู่ในอำนาจของพนักงานตรวจแรงงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่ข้อพิพาทเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

ย่อคำพิพากษา

ครูโรงเรียนราษฎร์ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่านายจ้างเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย มิใช่กรณีพิพาทในเรื่องกำหนดหรือแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องบังคับ ตาม พระราชบัญญัติ แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แต่เป็นเรื่อง ที่ต้อง ดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และไม่มีข้อบังคับให้นำ พระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ มาใช้ พนักงานตรวจแรงงาน มีอำนาจ ออกคำเตือนให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยได้ ตามข้อ 77 แห่ง ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ไม่เป็น การโต้แย้ง สิทธิของนายจ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีฟังได้ตามฟ้องและคำให้การว่า โจทก์เลิกจ้างนายทรงศักดิ์ เต็งรัตนประเสริฐ กับพวกรวม 5 คนซึ่งทำหน้าที่เป็นครูโรงเรียนราษฎร์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย บุคคลเหล่านั้นยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานว่าโจทก์เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และไม่จ่ายค่าชดเชยให้เป็นการไม่ชอบ จำเลยที่ 2 ในฐานะพนักงานตรวจแรงงานพิจารณาออกคำสั่งโดยการสอบถามข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เลิกจ้างบุคคลเหล่านั้นโดยไม่เป็นธรรม โจทก์ต้องจ่ายค่าชดเชยให้จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 77 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 มีคำเตือนที่ 1/2520 ลงวันที่ 21 เมษายน 2520 เตือนให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างเหล่านั้นการพิจารณาคำร้องนั้นมิได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มีปัญหาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 2 ว่าคำเตือนของจำเลยที่ 2 ชอบหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าคำเตือนของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบ เพราะที่ถูกนั้นโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และจำเลยที่ 2 พิจารณาคำร้องโดยมิให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และมิได้นำพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์และระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้นตลอดจนระเบียบคุรุสภามาประกอบการพิจารณา พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่นายทรงศักดิ์เต็งรัตนประเสริฐ กับพวกยื่นคำร้องว่าโจทก์เลิกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นการไม่ชอบนั้น มิใช่เป็นกรณีพิพาทกันในเรื่องกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อความเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงมิใช่เป็นเรื่องที่ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แต่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ดังนั้น จำเลยที่ 2 ไม่ต้องดำเนินการพิจารณาคำร้องตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และไม่มีข้อบังคับใดให้ต้องนำพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ ระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น และระเบียบคุรุสภามาประกอบการพิจารณา การพิจารณาคำร้องจึงเป็นการชอบ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ถูกโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจออกคำเตือนให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยได้ตามความในข้อ 77 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2524 นายฟอง สิทธิธรรม โจทก์ นายสายสิทธิ์ พรแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฟอง สิทธิธรรม · จำเลย - นายสายสิทธิ์ พรแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ชุบ วีระเวคิน · จำรัส เขมะจารุ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา