⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 938/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้างได้ตามที่เห็นสมควรตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 41(4) โดยไม่ต้องอาศัยบทกฎหมายอื่นมาปรับใช้

ย่อคำพิพากษา

คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้างได้ โดยมีอำนาจกำหนดได้ตามที่เห็นสมควรพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 41(4) ไม่ต้องอาศัยเทียบเคียงกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับการกำหนดค่าชดเชยเพราะไม่ใช่เป็นกรณีไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่นายอนันต์ ปลั่งศรี ผู้ร้องคนหนึ่งเป็นเงิน 14,300 บาท และรับผู้ร้องอีก 4 คนกลับเข้าทำงานเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นการสั่งให้โจทก์ปฏิบัติต่อผู้ร้องแตกต่างกัน โดยที่ผู้ร้องเหล่านั้นถูกเลิกจ้างเพราะเหตุอย่างเดียวกัน และการกำหนดค่าเสียหายก็ไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับการกำหนดค่าชดเชย อันเป็นกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งที่จำเลยจะต้องนำมาใช้ในการกำหนดค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 4 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องดังกล่าวตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 125 และมีอำนาจตามมาตรา 41(4) ที่จะสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หรือใช้ค่าเสียหาย หรือให้ผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตามที่เห็นสมควร นายอนันต์ ปลั่งศรี ร้องขอค่าเสียหายส่วนผู้ร้องอีก 4 คนร้องขอกลับเข้าทำงาน ที่จำเลยสั่งตามคำขอของผู้ร้องจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ขัดต่อกฎหมายส่วนการกำหนดจำนวนค่าเสียหายนั้น เห็นว่าจำเลยมีอำนาจกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร ตามมาตรา 41(4) ที่กล่าวแล้วไม่ต้องอาศัยเทียบเคียงกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับการกำหนดค่าชดเชย เพราะมิใช่กรณีไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 คำสั่งของจำเลยไม่ขัดต่อกฎหมาย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2524 บริษัทบีสไพพ์ฟิตติ้งอินดัสตรี จำกัด โจทก์ นายจำรูญ เจริญกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบีสไพพ์ฟิตติ้งอินดัสตรี จำกัด · จำเลย - นายจำรูญ เจริญกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1727/2551ฎีกา 7172/2542ฎีกา 8810/2543ฎีกา 789/2531ฎีกา 5849/2537ฎีกา 2074-2075/2548ฎีกา 964/2520ฎีกา 1882/2518ฎีกา 6231/2538ฎีกา 2080/2548ฎีกา 192/2518ฎีกา 270/2496ฎีกา 2499/2524ฎีกา 994/2497ฎีกา 189/2540ฎีกา 5809/2539ฎีกา 2643/2515ฎีกา 942/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2752/2522ฎีกา 1821/2557ฎีกา 1134/2550ฎีกา 1171/2543ฎีกา 1376/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา