คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7172/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงให้ค่าบริการปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่ม ถือว่าคู่สัญญาได้ตกลงกันถึงหลักเกณฑ์การกำหนดค่าบริการไว้แล้ว และเมื่อมีการประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ศาลย่อมนำประกาศดังกล่าวมาปรับใช้บังคับได้โดยไม่ต้องมีการนำสืบ
ย่อคำพิพากษา
ตามสัญญาว่าจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยได้ระบุหมายเหตุไว้ว่าค่าบริการจะถูกปรับเพิ่มสูงขึ้นในอัตราร้อยละเดียวกันกับการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้มีผลในขณะเดียวกันกับที่ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับสูงขึ้นนั้นมีผลใช้บังคับ เห็นได้ว่าการที่จำเลยมีข้อตกลงดังกล่าวกับโจทก์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์ปรับค่าบริการเพิ่มสูงขึ้นได้เท่าจำนวนการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและให้โจทก์ปรับค่าบริการเพิ่มได้ทันทีเมื่อการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีผลใช้บังคับ
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นประกาศซึ่งมีสภาพใช้บังคับอย่างกฎหมาย ศาลต้องรู้เอง แม้โจทก์มิได้นำส่งประกาศ ดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน แต่มีการประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หรือประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ใช้บังคับระหว่างที่โจทก์ให้บริการจำเลย โจทก์ย่อมมีสิทธิปรับค่าบริการให้เพิ่มสูงขึ้นตามสัญญาว่าจ้างได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๑,๒๒๙,๗๕๑.๘๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑,๑๑๗,๑๒๒ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๙๘๔,๗๘๕.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๙๒๐,๓๖๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๙๕๑,๑๘๕.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๘๘๖,๗๖๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามสัญญาว่าจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยได้ระบุไว้ว่า ค่าบริการจะถูกปรับเพิ่มสูงขึ้นในอัตราร้อยละเดียวกันกับการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยให้มีผลในขณะเดียวกันกับที่ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับ สูงขึ้นนั้นมีผลใช้บังคับ เห็นได้ว่าการที่จำเลยที่ ๑ มีข้อตกลงดังกล่าวกับโจทก์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ยินยอมให้โจทก์ปรับค่าบริการเพิ่มสูงขึ้นได้เท่าจำนวนการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและให้โจทก์ปรับค่าบริการเพิ่มได้ทันทีเมื่อการ ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีผลใช้บังคับ ที่จำเลยอ้างว่า โจทก์มิได้นำประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ แสดงต่อศาลเมื่อสนับสนุนว่าโจทก์มีสิทธิปรับค่าบริการเพิ่มสูงขึ้น เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ จึงรับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่าประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ดี ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ดี เป็นประกาศซึ่งสภาพใช้บังคับอย่างกฎหมาย ศาลต้องรู้เอง แม้โจทก์มิได้นำส่งประกาศดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน แต่มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หรือประกาศกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ใช้บังคับระหว่างที่โจทก์ให้บริการจำเลยที่ ๑ โจทก์ย่อมมีสิทธิปรับค่าบริการให้เพิ่มสูงขึ้นตามสัญญาว่าจ้างได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๑,๑๘๗,๒๙๕.๕๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๑,๑๐๙,๒๒๒ บาท นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7172/2542
บริษัทซีเคียวริคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์
บริษัทออริเฟลม (ไทย) จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทซีเคียวริคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัทออริเฟลม (ไทย) จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุรพันธุ์ ละอองมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ตุลยภักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา