⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8810/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8810/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งที่มีข้อตกลงให้ผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าเมื่อครบกำหนดสัญญา ถือเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 ถึง 564 โดยมีข้อยกเว้นพิเศษที่ให้สิทธิแก่ผู้เช่าในการเลือกซื้อทรัพย์สินนั้นได้ มิใช่สัญญาที่คู่สัญญามีเจตนาโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันตั้งแต่เริ่มแรกเช่นสัญญาเช่าซื้อ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยตกลงทำสัญญาเช่ารถยนต์คันพิพาทกับโจทก์ตามเอกสารซึ่งระบุว่า เป็นสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง มีกำหนด 48 เดือน ค่าเช่าเดือนละ 19,100 บาท หรือคิดเป็นเงินค่าเช่าทั้งหมด 916,800 บาท และเงินประกันการเช่าอีก 57,300 บาท เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าจำเลยจะซื้อทรัพย์สินที่ให้เช่าหรือรถยนต์คันพิพาทได้ในราคา 200,000 บาท จึงรวมเป็นเงินที่ผู้เช่าหรือจำเลยจะต้องชำระทั้งหมดไม่น้อยกว่า 1,174,100 บาท โดยโจทก์คิดเป็นราคารถยนต์ คันพิพาทจำนวน 803,738.32 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 56,261.68 บาท สัญญาดังกล่าวถือได้ว่าเป็นสัญญาเช่าทรัพย์อย่างหนึ่ง ตามนัยแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง โดยอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง โจทก์และจำเลยต่างมีความประสงค์ในทางสุจริตตามนัยแห่งมาตรา 6 และมาตรา 368 ว่า ต้องการจะใช้บังคับแก่กันในลักษณะเช่าทรัพย์หรือเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง จึงต้องอนุวัตน์ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคู่สัญญาดังกล่าวเป็นสำคัญ อีกทั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาว่าด้วยทรัพย์สินที่เช่า ระยะเวลาการเช่า ค่าเช่าและเงินประกันการเช่า การประกันภัยและหน้าที่ของผู้เช่า การสูญหายและเสียหายของทรัพย์สินที่เช่า การผิดสัญญา และการบอกเลิกสัญญาของผู้เช่า ล้วนแล้วแต่เป็นลักษณะของการเช่าทรัพย์สินตามนัยแห่งมาตรา 537 ถึงมาตรา 564 ทั้งสิ้น แม้จะมีข้อตกลงเป็นพิเศษที่กำหนดให้ผู้เช่าสามารถเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าได้โดยต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ผู้ให้เช่าทราบไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนสัญญาเช่าจะสิ้นสุดลงก็เป็นแต่เพียงข้อยกเว้นในทางให้สิทธิแก่ผู้เช่าบางประการในการเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่ก็ได้เท่านั้น กรณีมิใช่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างได้มีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันมาตั้งแต่เริ่มแรกดังสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่ารถยนต์แบบลิสซิ่งรายพิพาทจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17/2543)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.149 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๓๑๘,๗๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ ได้ตกลงทำสัญญาเช่ารถยนต์คันพิพาทกับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งตามสัญญาเช่าทรัพย์ฉบับดังกล่าวหรือตามเอกสารหมาย จ.๖ ระบุว่า สัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง มีกำหนด ๔๘ เดือน ค่าเช่าเดือนละ ๑๙,๑๐๐ บาท หรือคิดเป็นเงินค่าเช่าทั้งหมด ๙๑๖,๘๐๐ บาท และเงินประกันการเช่าอีก ๕๗,๓๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าจำเลยที่ ๑ จะซื้อทรัพย์สินที่ให้เช่าหรือรถยนต์คันพิพาทได้ในราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท จึงรวมเป็นเงินที่ผู้เช่าหรือจำเลยที่ ๑ จะต้องชำระทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๑,๑๗๔,๑๐๐ บาท โดยโจทก์คิดราคารถยนต์คันพิพาทจำนวน ๘๐๓,๗๓๘.๓๒ บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม ๕๖,๒๖๑.๖๘ บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สัญญาเช่าทรัพย์ รายพิพาทเป็นสัญญาเช่าซื้อหรือไม่ โดยข้อนี้โจทก์ฎีกาว่า สัญญาเช่าทรัพย์ดังกล่าวหรือสัญญาเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งถือเป็นสัญญาเช่าทรัพย์อย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๗ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า สัญญาให้เช่าทรัพย์แบบลิสซิ่งตามเอกสารหมาย จ.๖ ดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นสัญญาเช่าทรัพย์อย่างหนึ่งตาม นัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔ วรรคสอง โดยอาศัยเทียบบทกฎมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง เพราะ บทกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่มีการบัญญัติใช้โดยเฉพาะ อีกประการหนึ่ง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายหรือโจทก์และจำเลยที่ ๑ ต่างก็มีความประสงค์ในทางสุจริตตามนัยแห่งมาตรา ๖ และมาตรา ๓๖๘ ว่า ต้องการจะใช้บังคับแก่กันในลักษณะ เช่าทรัพย์หรือเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง จึงควรที่จะต้องอนุวัฒน์ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคู่สัญญาดังกล่าวเป็นสำคัญ หาควรที่จะตีความไปในทางจำกัดสิทธิจนเป็นการลิดรอนเจตนาของคู่กรณีอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยชัดเจน อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญาเช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งตามเอกสารหมาย จ.๖ ข้อ. ๑ ว่าด้วยทรัพย์สินที่เช่า ข้อ . ๒ ระยะเวลาการเช่า ข้อ. ๓ ค่าเช่าและเงินประกัน การเช่า ข้อ. ๕ การประกันภัยและข้อ. ๖ ถึง ข้อ. ๙ เรื่องหน้าที่ของผู้เช่า การสูญหายและเสียหายของทรัพย์สินที่เช่า การผิดสัญญา และการบอกเลิกสัญญาของผู้เช่าล้วนแล้วแต่เป็นลักษณะของการเช่าทรัพย์สินตามนัยแห่งมาตรา ๕๓๗ ถึง มาตรา ๕๖๔ ทั้งสิ้น แม้มีข้อตกลงเป็นพิเศษในข้อ ๓.๒ ที่กำหนดให้ผู้เช่าสามารถเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าได้โดยต้องส่งคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ผู้ให้เช่าทราบไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ก่อนสัญญาเช่าจะสิ้นสุดลงก็เป็นแต่เพียงข้อยกเว้นในทางให้สิทธิแก่ผู้เช่าบางประการในการเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่ก็ได้เท่านั้น ส่วนค่าเสียหายของคู่กรณีอาจ เรียกร้องต่อกันได้หรือไม่ เพียงใด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่มิใช่เรื่องที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างได้มีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันมาตั้งแต่เริ่มแรกดังสัญญาเช่าซื้อ ตามมาตรา ๕๗๒ ถึง ๕๗๔ ฉะนั้น สัญญาเช่าทรัพย์สินรายพิพาทจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฏากร มาตรา ๑๑๘ คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของ ศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งในเวลาพิพากษาใหม่ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8810/2543 บริษัท เอส. เอ็ม. ที. ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัท ไอ. ที. เอส. กรุ๊ป จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอส. เอ็ม. ที. ลิสซิ่ง จำกัด · จำเลย - บริษัท ไอ. ที. เอส. กรุ๊ป จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจษฎา บุญสิทธิ์ · สุเทพ เจตนาการณ์กุล · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพิสิฐ นรัตถรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี เทพสิทธา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3492/2547ฎีกา 604/2535ฎีกา 975/2543ฎีกา 5034/2533ฎีกา 7287/2539ฎีกา 576/2540ฎีกา 1217/2530ฎีกา 558/2509ฎีกา 1394/2549ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 4810/2542ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 6938/2539ฎีกา 231/2482ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4590/2553ฎีกา 961/2566ฎีกา 4332/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา