คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่ายอมรับเช็คของผู้เช่าไว้แทนหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ถือว่าผู้ให้เช่าได้สละสิทธิเรียกร้องตามข้อสัญญาดังกล่าวแล้ว ผู้เช่าจึงไม่ตกเป็นผู้ผิดสัญญาเพราะเหตุนี้
ย่อคำพิพากษา
ในสัญญาเช่ามีข้อสัญญาว่าผู้เช่าต้องให้ธนาคารทำหนังสือค้ำประกันความเสียหายในทรัพย์สินที่เช่าให้ไว้แก่ผู้ให้เช่า แต่ผู้ให้เช่ามิได้ถือว่าหน้าที่จัดให้ธนาคารทำหนังสือค้ำประกันเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อผู้เช่าสั่งจ่ายเช็คให้ผู้ให้เช่ายึดถือไว้แทนหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ผู้ให้เช่าก็ยินยอม กรณีจึงถือได้ว่าผู้ให้เช่าได้สละผลบังคับตามสัญญาเช่าข้อดังกล่าวเสียแล้ว ผู้เช่าย่อมไม่ตกเป็นผู้ผิดสัญญาเช่าเพราะมิได้จัดให้ธนาคารทำหนังสือค้ำประกัน ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและฟ้องขับไล่ผู้เช่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินและอาคารของโจทก์เพื่อทำกิจการโรงพยาบาลมีกำหนด ๑๐ ปี จำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้รับมอบเครื่องใช้ต่าง ๆ ในอาคารที่เช่าไปเรียบร้อยแล้ว ต่อมาโจทก์ได้เข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่า พบว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยไม่ให้ธนาคารค้ำประกันความเสียหายของทรัพย์สินที่เช่า จำเลยไม่รักษาและบูรณะทรัพย์สินที่เช่าจนก่อให้เกิดความเสียหาย โจทก์แจ้งความเสียหายดังกล่าวให้จำเลยทราบและให้ซ่อมแซมแก้ไขให้เรียบร้อย จำเลยเพิกเฉย จึงเป็นการผิดสัญญาโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและอาคารที่เช่าและใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในทางปฏิบัติโจทก์จำเลยจึงมิได้ยึดถือข้อความในสัญญาเช่าเป็นสำคัญ ตามสัญญาเช่าข้อที่ระบุให้จำเลยต้องให้ธนาคารทำหนังสือค้ำประกันความเสียหายในทรัพย์สินที่เช่า โจทก์ได้ขอให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ยึดถือไว้แทน ซึ่งจำเลยก็ได้สั่งจ่ายให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยได้บำรุงรักษาทรัพย์สินที่เช่าทุกอย่างเป็นอย่างดีและใช้การได้ และต่อสู้ในข้ออื่นอีก ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ออกเช็คให้โจทก์ยึดไว้แทนการที่จำเลยให้ธนาคารทำหนังสือค้ำประกันความเสียหายในทรัพย์สินที่เช่าตามข้อกำหนดในสัญญาเช่าข้อ ๖ โจทก์มีหนังสือให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาข้อดังกล่าวหลังวันทำสัญญาเช่า ๒ ปีเศษและโจทก์เพิ่งมอบคืนเช็คให้จำเลยหลังจากที่โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโจทก์มิได้ถือเรื่องการจัดให้ธนาคารทำหนังสือค้ำประกันเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้ยินยอมให้จำเลยสั่งจ่ายเช็คมีจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ยึดถือไว้แทนหนังสือค้ำประกันของธนาคาร กรณีถือได้ว่าโจทก์ได้สละผลบังคับตามสัญญาเช่าข้อ ๖ นั้นเสียแล้วแม้ภายหลังเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่า จำเลยได้มีหนังสือตอบขอผัดผ่อนการที่จะปฏิบัติตามสัญญาเช่าข้อ ๖ ต่อไปอีก ก็ไม่อาจทำให้ผลบังคับของสัญญาเช่าซึ่งโจทก์สละไปแล้วกับมีผลบังคับได้อีก จำเลยไม่เป็นผู้ผิดสัญญาเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและฟ้องขับไล่จำเลยได้
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2526
นายวีระ อมรกุล โจทก์
นายแพทย์ปัญจะ ไม้เกตุ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวีระ อมรกุล · จำเลย - นายแพทย์ปัญจะ ไม้เกตุ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี · บุญส่ง คล้ายแก้ว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายประชิต ศรศักดา · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา