⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1123/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาจะซื้อขายโดยความยินยอมของผู้จะขาย ไม่ถือเป็นการละเมิดหรือผิดสัญญา และผู้ครอบครองมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้จะขายได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลย และจำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทตลอดมาตามสัญญาจะซื้อขาย แม้สิทธิครอบครองจะยังไม่โอนมาเป็นของจำเลยเพราะคู่สัญญาประสงค์จะให้มีการโอนทางทะเบียน แต่การที่จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทตามสัญญาโดยความยินยอมของผู้จะขายนั้นหาเป็นการละเมิดหรือผิดสัญญาไม่ ทั้งยังมีสิทธิยึดหน่วงอันมีผลให้ยึดหน่วงที่ดินนั้นไว้จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ได้ด้วย ดังนี้ ความตายของผู้จะขายไม่เป็นเหตุให้ทายาทผู้รับมรดกปฏิเสธ ไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 253/2497)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.189 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.461 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายพุ่ม ก่อนถึงแก่กรรมนายพุ่มมีที่ดินสวนยาง ๑ แปลง ที่ดินแปลงนี้ตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาท โจทก์ทั้งสองจะเข้าครอบครองจัดการมรดก จำเลยทั้งสามกลับเถียงกรรมสิทธิ์ว่านายพุ่มขายให้ตนแล้ว จำเลยทั้งสามได้เข้ากรีดยางในที่ดินดังกล่าวตั้งแต่นายพุ่มถึงแก่กรรมเป็นต้นมา ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายเดือนจนกว่าจำเลยทั้งสามจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยทั้งสามให้การว่าซื้อที่พิพาทจากนายพุ่มและได้ชำระเงินครบถ้วนแล้วได้เข้าครอบครองที่พิพาทตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายเป็นต้นมาในฐานะเป็นเจ้าของ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายพุ่มได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามแต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการโอนทางทะเบียน สิทธิครอบครองยังไม่โอนไปยังจำเลยทั้งสามพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นรายปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะออกจากที่พิพาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายพุ่มได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสาม และจำเลยทั้งสามได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาตามสัญญาจะซื้อขาย แม้สิทธิครอบครองจะยังไม่โอนมาเป็นของจำเลยทั้งสามเพราะคู่สัญญาประสงค์จะให้มีการโอนทางทะเบียน แต่การที่จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทตามสัญญาจะซื้อขายโดยความยินยอมของผู้จะขายนั้น หาเป็นการละเมิดหรือผิดสัญญาแต่อย่างใดไม่ทั้งผู้จะซื้อได้ครอบครองที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายยังมีสิทธิยึดหน่วง อันมีผลให้ยึดหน่วงที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายไว้จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ได้ด้วยตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๓/๒๔๙๗ ระหว่างนายยา ปุ่นสุวรรณ์ โจทก์ นางตุ่น นุ่นโสภา กับพวก จำเลยความตายของผู้จะขายไม่เป็นเหตุให้ทายาทผู้รับมรดกมีสิทธิปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสาม พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2525 นางพรั่ง รัตนโกสม กับพวก โจทก์ นายโถ รัตนโกสม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพรั่ง รัตนโกสม กับพวก · จำเลย - นายโถ รัตนโกสม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 264/2523ฎีกา 21908/2555ฎีกา 305/2511ฎีกา 5026/2552ฎีกา 7592/2542ฎีกา 227-228/2508ฎีกา 244/2530ฎีกา 9247/2547ฎีกา 846/2511ฎีกา 1631-1634/2515ฎีกา 555/2538ฎีกา 4985/2537ฎีกา 1414/2504ฎีกา 818/2536ฎีกา 8224/2540ฎีกา 6392/2539ฎีกา 1490/2535ฎีกา 5961/2533ฎีกา 3741/2536ฎีกา 648/2513ฎีกา 484/2536ฎีกา 1354/2521ฎีกา 814/2490ฎีกา 3146/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา