⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1359/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1359/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนัดหยุดงานโดยไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องต่อฝ่ายนายจ้าง ถือเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่กระทำการดังกล่าวหากเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เป็นหัวหน้าคนงานได้บอกให้คนงานเก็บเครื่องมือและหยุดงานประท้วงจำเลยเพราะไม่พอใจที่จำเลยไล่ลูกจ้างบางคนออกจากงาน เมื่อการนัดหยุดงานดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลยจึงเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 การกระทำของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 จึงเป็นการจงใจทำให้นายจ้าง ได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(2) จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 เมื่อเลิกจ้าง จำเลยอ้างว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพราะโจทก์ลักเอาใบลาและบัตรลงเวลาของโจทก์ไป แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ในภายหลังหาใช่เกิดขึ้นเนื่องจากโจทก์เอาใบลาและบัตรลงเวลาคืนไป จึงถือไม่ได้ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสี่เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ โดยโจทก์ทั้งสี่มิได้กระทำผิดและจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทั้งไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ๔,๕๖๐ บาท ค่าชดเชย ๔๓,๒๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๑ จ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า๒,๔๙๘.๕๐ บาท ค่าชดเชย ๒๓,๖๗๐ บาทแก่โจทก์ที่ ๒ จ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ๑,๐๙๒.๕๐ บาท ค่าชดเชย ๑๐,๓๕๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๓และจ่ายสินจ้างกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ๑,๐๙๒.๕๐ บาท ค่าชดเชย ๑๐,๓๕๐ บาทแก่โจทก์ที่ ๔ จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เวลา ๙.๐๐ นาฬิกาโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานของบริษัทจำเลยได้ยุยงข่มขู่คนงานของจำเลยจำนวน ๕๔ คนให้ร่วมกันหยุดงาน โดยไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๓, ๓๔ ซึ่งห้ามมิให้ลูกจ้างนัดหยุดงานโดยมิได้แจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือให้นายจ้างทราบ การกระทำของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นการบีบบังคับให้บริษัทจำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างนายประเสริฐ ชูรัตน์และนายวิชาญ บัวขาว ซึ่งจำเลยเลิกจ้างเนื่องจากบุคคลทั้งสองลักหัวแก็สสำหรับตัดเหล็กของจำเลย ส่วนโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ ได้กระทำผิดอาญาโดยลักเอาเอกสารใบลาออกและบัตรลงเวลาทำงานของคนงานซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยจำนวน ๓๘ ฉบับ ไปจากความครอบครองของจำเลย การกระทำของโจทก์ที่ ๑กับพวกเป็นจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเกิดความเสียหายและพร้อมกันนั้นโจทก์ที่ ๑ กับพวกให้ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันควร ตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เวลา ๙.๐๐ นาฬิกา จนวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ ๑ กับพวก เนื่องจากโจทก์ที่ ๑กับพวกกระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯข้อ ๔๗(๑) (๒) (๓) (๔) ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ บอกให้คนงานเก็บเครื่องมือและหยุดงานประท้วงมิใช่เป็นการจงใจกระทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย โจทก์ทั้งสี่หยุดงานประท้วงอันเป็นการละทิ้งหน้าที่เพียงวันเดียวและโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ มิได้ลักใบลาและบัตร ๑ ปึก เพียงแต่เอาใบลาและบัตรของโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ เองไปไม่มีเจตนาลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ การละทิ้งหน้าที่๑ วันจำเลยเลิกจ้าง โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าได้แต่ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ ๑ ๔๓,๒๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒๒๓,๖๗๐ บาท โจทก์ที่ ๓ ๑๐,๓๕๐ บาท โจทก์ที่ ๔ ๑๐,๓๕๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ บอกให้คนงานเก็บเครื่องมือและหยุดงานประท้วงก็เพื่อให้จำเลยได้รับความเสียหายจากการนัดหยุดงานของคนงาน จนต้องยอมตามความประสงค์ของคนงาน เมื่อการนัดหยุดงานดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลย จึงเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ การกระทำของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ จึงเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๗(๒) จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ในกรณีนี้จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ เอาใบลาออกและบัตรลงเวลาของตนไปก็โดยประสงค์จะให้หลักฐานแห่งการลาออกของโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ ไม่อยู่ที่จำเลย เป็นการทำลายหลักฐานซึ่งโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ จะไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ถือได้ว่าการเอาใบลาและบัตรลงเวลาไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการเอาไปโดยเจตนาทุจริตและเป็นความผิดฐานลักทรัพย์เห็นว่าสิทธิของโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ ที่จะได้รับค่าชดเชยเกิดจากถูกจำเลยเลิกจ้างในภายหลังหาใช่เกิดขึ้นเนื่องจากโจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ เอาใบลาออกคืนไปไม่ การที่โจทก์ที่ ๓ ที่ ๔ เอาใบลาออกและบัตรลงเวลาไปเสียจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายดังจำเลยอ้าง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1359/2525 นายรอด ช้างลอย กับพวก โจทก์ บริษัทโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรอด ช้างลอย กับพวก · จำเลย - บริษัทโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 6232/2534ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3583/2524ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 269/2525ฎีกา 490/2542ฎีกา 4893/2549ฎีกา 3620/2566ฎีกา 203/2511ฎีกา 1106-1107/2526ฎีกา 1408/2512ฎีกา 1958/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา