คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลรับทรัพย์สินของผู้อื่นไปขาย โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อขายได้แล้วจะนำเงินค่าทรัพย์สินนั้นมาชำระให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน ถือเป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่การยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยรับเสื่อจากผู้เสียหายไปขายคิดราคาเป็นเงิน440 บาท เมื่อขายได้แล้วจำเลยจะต้องนำเงิน 440 บาทไปชำระให้แก่ผู้เสียหาย จึงเป็นเรื่องมอบเสื่อให้จำเลยไปขายโดยประสงค์ได้รับเงินราคาเสื่อ มิใช่มอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปขายเสื่อของผู้เสียหาย จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้ครอบครองเงินที่ขายได้แทนผู้เสียหาย เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าเสื่อ จึงเป็นเรื่องผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ในทางแพ่งไม่ผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352ฐานยักยอกทรัพย์หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายมอบของให้จำเลยไปขายอย่างเป็นของจำเลย มิใช่เป็นการมอบให้ขายแทนผู้เสียหายในลักษณะตัวแทน ดังนั้นเงินที่ขายของได้จึงตกเป็นของจำเลย จำเลยเป็นแต่เพียงลูกหนี้ที่จะต้องชำระเงินค่าของให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้จึงเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งนั้น โจทก์เห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏเช่นนั้นเพราะจำเลยให้การรับสารภาพ คดีไม่มีการสืบพยานข้อเท็จจริงจากคำฟ้องของโจทก์ชัดแจ้ง พอฟังลงโทษจำเลยได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์นั้นมีข้อความชัดแจ้งว่า จำเลยตกลงรับเสื่อจากผู้เสียหายไปขายคิดราคาเป็นเงิน 440 บาท เมื่อขายได้แล้วจำเลยจะต้องนำเงิน 440 บาทไปชำระให้แก่ผู้เสียหายดังนั้นจำเลยจึงย่อมมีสิทธิที่จะนำเสื่อไปขายเกินราคาหรือต่ำกว่าราคาที่ตกลงกันไว้ได้ตามแต่จำเลยจะเห็นสมควร เพียงแต่เมื่อขายได้เงินแล้วจะต้องนำเงิน 440 บาทไปชำระให้แก่ผู้เสียหายตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น กรณีจึงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายมอบเสื่อให้จำเลยไปขายโดยประสงค์จะได้รับเงินราคาเสื่อ 440 บาท มิใช่มอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปขายเสื่อของผู้เสียหาย จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้ครอบครองที่ขายได้แทนผู้เสียหาย เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าเสื่อแก่ผู้เสียหาย จึงเป็นเรื่องผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ในทางแพ่ง"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2525
อัยการร้อยเอ็ด โจทก์
นายม้วน อ่อนหัวโทน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นายม้วน อ่อนหัวโทน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา