⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1413/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้เครื่องหมายการค้าที่คล้ายคลึงกันจนอาจทำให้สาธารณชนหลงผิดว่าสินค้ามาจากแหล่งผลิตเดียวกัน ถือเป็นการละเมิด แม้จะใช้กับสินค้าต่างประเภทกันก็ตาม หากผู้ใช้เครื่องหมายการค้าทราบถึงเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นมาก่อน และเลือกใช้เครื่องหมายที่คล้ายคลึงกัน ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปหัวสิงโตหน้าตรง อ้าปากคำรามอยู่ในกรอบรูปไข่สองชั้น ส่วนบนเป็นรูปลายฝรั่ง ส่วนล่างมีอักษรโรมันคำว่า "LION" ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า สิงโต อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมทับบนกรอบรูปไข่ ส่วนของจำเลยเป็นรูปหัวสิงโตหน้าตรง อ้าปากคำรามอยู่ภายในกรอบรูปวงกลมสองชั้น ไม่มีตัวอักษร ที่ใต้วงกลมมีรูปช่อรวงข้าวสองช่อโค้งรองรับตามขอบวงกลม แต่ไม่จรดกัน ระหว่างรวงข้าวทั้งสองช่อมีโบผูกห้อยชายอยู่ตรงกลาง หากพิจารณาแต่เพียงส่วนประกอบก็จะเห็นว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยแตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณารวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่าคล้ายคลึงกันมาก เพราะเป็นรูปหัวสิงโตหน้าตรงอ้าปากคำรามอย่างเดียวกัน ซึ่งเป็นสารสำคัญของเครื่องหมายการค้าของทั้งสองฝ่าย ทั้งข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีประชาชนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าที่โจทก์ผลิตขึ้น จำเลยเห็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์มาก่อน การที่จำเลยเลือกใช้เครื่องหมายการค้าเช่นเดียวกับโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต แม้จะใช้สำหรับสินค้าคนละประเภทกับโจทก์ ก็เป็นการลวงให้สาธารณชนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าเจ้าของเดียวกันกับของโจทก์อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิเครื่องหมายการค้าตราไลอ้อนหรือหัวสิงห์ ใช้กับสินค้าจำพวก ๑๕ สินค้าของโจทก์มีผู้นิยมแพร่หลาย จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตราหัวสิงโต ใช้กับสินค้าจำพวก ๔๒ โจทก์เห็นว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยมีรูปลักษณะเหมือนหรือคล้ายคลึงกับของโจทก์จนสามารถลวงให้ประชาชนหลงผิดเข้าใจว่าเป็นสินค้าของโจทก์ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวต่อไป จำเลยให้การว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์กับของจำเลยไม่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และเป็นสินค้าคนละประเภท ไม่ทำให้ประชาชนผู้ใช้สินค้าหลงผิดขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าตามฟ้อง ให้นายทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปหัวสิงโตหน้าตรง อ้าปากคำรามอยู่ภายในกรอบรูปไข่สองชั้น ส่วนบนเป็นรูปลายฝรั่งส่วนล่างมีอักษรโรมันคำว่า LION ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่าสิงโต อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมทับบนกรอบรูปไข่ ส่วนของจำเลยเป็นรูปหัวสิงโตหน้าตรงอ้าปากคำรามอยู่ภายในกรอบรูปวงกลมสองชั้นไม่มีตัวอักษร ที่ใต้วงกลมมีรูปช่อรวงข้าวสองช่อโค้งรองรับตามขอบวงกลม แต่ไม่จรดกันระหว่างรวงข้าวทั้งสองช่อมีโบผูกห้อยชายอยู่ตรงกลาง หากพิจารณาแต่เพียงส่วนประกอบก็จะเห็นว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยแตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณารวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยคล้ายคลึงกันมาก เพราะเป็นรูปหัวสิงโตหน้าตรงอ้าปากคำรามอย่างเดียวกัน ซึ่งเป็นสารสำคัญของเครื่องหมายการค้าของทั้งสองฝ่าย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า รูปหัวสิงโตของโจทก์หน้าตาดุ กับขนหัวและขนคอมีลวดลายแตกต่างกับของจำเลยจนเห็นได้ชัดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในการซื้อสินค้าประชาชนโดยทั่วไปย่อมไม่มีเวลาพอที่จะพินิจพิจารณาว่าสิงโตของใครหน้าตาดุกว่ากัน และขนหัวขนคอแตกต่างกันอย่างไร โจทก์มีนายวิสันต์ ยิ่งดำรงค์ ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท เอส. เอส. เอส. พัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ เบิกความเป็นพยานว่า สินค้าแป้งข้าวเหนียมตราหัวสิงห์ของจำเลยมีลูกค้าสอบถามมาว่าเป็นสินค้าที่ผลิตจากบริษัทโจทก์หรือไม่ นอกจากนี้โจทก์ยังมีนายสุทัศน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล ผู้จัดการฝ่ายขายและฝ่ายโรงงานของโจทก์เป็นพยานเบิกความยืนยันว่า มีลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับสินค้าแป้งข้าวเหนียวซึ่งมีเครื่องหมายการค้าตราหัวสิงโต พยานเข้าใจว่า เป็นสินค้าของบริษัทในเครือเดียวกับโจทก์ เพิ่งมาทราบความจริงใจภายหลัง จำเลยมิได้นำสืบหักล้างแต่ประการใด ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่ามีประชาชนหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าที่โจทก์ผลิตขึ้น ยิ่งกว่านั้นจำเลยเองยังเบิกความรับว่า แป้งของจำเลยเรียกว่าแป้งตราหัวสิงห์เหมือนกับที่เรียกกระติกน้ำของโจทก์ว่ากระติกน้ำตราหัวสิงห์และจำเลยเห็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์มาก่อน การที่จำเลยเลือกใช้เครื่องหมายการค้าเป็นรูปหัวสิงโตหรือหัวสิงห์เช่นเดียวกับโจทก์ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จำเลยจะอ้างว่าจำเลยคิดประดิษฐ์ขึ้นเองหาได้ไม่แม้จำเลยจะใช้เครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าคนละประเภทกับโจทก์ก็เป็นการลวงให้สาธารณชนหลงผิดในความเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นการลวงขายสินค้าเช่นเดียวกันศาลฎีกาเห็นว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยคล้ายกับของโจทก์จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนให้หลงผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าเจ้าของเดียวกับของโจทก์อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2525 บริษัท เอ. เอส. เอ. พัฒนา จำกัด โจทก์ นายสืบสวัสดิ์ สืบมงคลชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอ. เอส. เอ. พัฒนา จำกัด · จำเลย - นายสืบสวัสดิ์ สืบมงคลชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายอเนก สุเสารัจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา