⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1522/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายจำเลยมิได้แจ้งผลคดีให้จำเลยทราบว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีเมื่อใด จนเป็นเหตุให้จำเลยทราบภายหลังและพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ไปแล้วนั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23

ย่อคำพิพากษา

หลังจากเลยกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาเพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นอุทธรณ์ โดยอ้างว่าทนายจำเลยมิได้แจ้งผลคดีให้จำเลยทราบว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีเมื่อใด เพิ่งได้ทราบหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาได้ เหตุดังกล่าวหาใช่เหตุสุดวิสัยตามความหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ไม่ ศาลชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยเสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์กับจำเลย โดยทนายจำเลยผู้มีอำนาจได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลว่า จำเลยยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทภายในเวลาที่กำหนด ศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยยื่นคำร้องขอขยายเวลาให้จำเลยยื่นอุทธรณ์ได้ด้วยศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องที่จำเลยขอขยายเวลา และมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เพราะยื่นอุทธรณ์เลยกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๙ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาในคดีนี้เป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓ อันเป็นบทบังคับเกี่ยวกับการนี้บัญญัติบังคับไว้ให้คู่ความที่จะขอขยายเวลายื่นคำขอต่อศาลก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ปรากฏในท้องสำนวนว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๓ ระยะเวลาที่จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถ้าหากจำเลยต้องการจะยื่นตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดไว้ จึงสิ้นลงในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๒๓ หากจำเลยมีความประสงค์จะขอขยายเวลาเพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นอุทธรณ์ได้หลังจากวันดังกล่าว จำเลยก็ต้องยื่นคำร้องขึ้นมาก่อนสิ้นเวลาราชการของวันนั้น จำเลยจะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาขึ้นมาหลังจากสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ ก็ต่อเมื่อเพราะเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยที่จะยื่นให้ทันภายในกำหนดเวลาดังกล่าวมาไม่ได้เท่านั้นศาลฎีกาพิเคราะห์เหตุตามคำร้องของจำเลยแล้ว เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ว่า ทนายความของจำเลยมิได้แจ้งผลคดีให้จำเลยทราบว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีเมื่อใด เพิ่งได้ทราบหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาได้ หาใช่เหตุสุดวิสัยตามความหมายในกฎหมายดังกล่าวมาไม่ จำเลยจึงยกขึ้นอ้างเพื่อขอยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาหลังจากสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วไม่ได้คำร้องของจำเลยจึงเป็นคำร้องที่ยื่นโดยขัดต่อกฎหมาย ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2525 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โจทก์ นายบุญเชิด เชี่ยวชาญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ · จำเลย - นายบุญเชิด เชี่ยวชาญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 4820/2548ฎีกา 176/2535ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1843/2551ฎีกา 3542/2545ฎีกา 230/2510ฎีกา 1103/2554ฎีกา 5259/2546ฎีกา 4944/2536ฎีกา 8735/2542ฎีกา 403/2530ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 592/2546ฎีกา 2099/2532ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 4789/2553ฎีกา 9203/2547ฎีกา 3192/2532ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 1049/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา