⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1976/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1976/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องโดยอ้างข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันเอง ทำให้จำเลยไม่อาจเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ถือเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่าอย่างไร และเบิกความในชั้นศาลว่าอย่างไร แล้วสรุปว่าจำเลยกระทำผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ โดยอ้างว่าหากข้อความที่จำเลยให้การในชั้นศาลเป็นความจริง ที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนก็ย่อมเป็นเท็จ และหากข้อความที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นความจริงการเบิกความต่อศาลก็ย่อมเป็นเท็จ แสดงว่าโจทก์เองก็ไม่ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร เป็นฟ้องที่ขัดกันเองอยู่ในตัวไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้องเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การบรรยายฟ้องในคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานก็ดี ในคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จก็ดี โจทก์จะต้องบรรยายมาในฟ้องโดยชัดแจ้งว่าความจริงเป็นอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อความที่จำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานหรือเบิกความต่อศาลนั้นเป็นความเท็จ เพื่อที่จำเลยจะได้เข้าใจข้อหาได้ดีและสามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง โดยเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานคือพนักงานสอบสวนและข้อหาเบิกความเท็จต่อศาลในคดีเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าจะต้องมีความจริงอยู่เพียงอย่างเดียวเพียงแต่ว่าความจริงนั้นคืออย่างไรเท่านั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องในคดีนี้โดยเพียงแต่กล่าวถึงว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่าอย่างไรและเบิกความในชั้นศาลว่าอย่างไร แล้วมาสรุปว่าจำเลยกระทำผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานหรือเบิกความเท็จต่อศาล โดยอ้างว่าถ้าหากข้อความที่จำเลยให้การในชั้นศาลเป็นความจริง การที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนก็ย่อมเป็นเท็จ และถ้าหากข้อความที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นความจริง การเบิกความของจำเลยต่อศาลก็ย่อมเป็นเท็จ เช่นนี้แสดงว่าโจทก์เองก็ไม่ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร จึงได้เลือกบรรยายฟ้องมาในทางที่ว่าความจริงอาจเป็นดังที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวน หรือเป็นดังที่จำเลยเบิกความต่อศาลอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ขัดกันเองอยู่ในตัว ไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 1806/2523 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายอุบล ภาสีราช จำเลย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1976/2525 อัยการฉะเชิงเทรา โจทก์ นายสวงค์ สวัสดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายสวงค์ สวัสดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา