คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างรับจะจัดการขอใบอนุญาตทำงานให้ลูกจ้างต่างด้าว หมายถึงการเป็นผู้ดำเนินการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่การเป็นผู้ขออนุญาต และหากนายจ้างผิดสัญญาจ้างจนลูกจ้างเสียหาย นายจ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามที่ลูกจ้างเรียกร้อง.
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ที่จำเลยรับจะจัดการขออนุญาตทำงานให้แก่โจทก์ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าว เป็นเพียงแต่จำเลยรับจะเป็นผู้ไปดำเนินการติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตของโจทก์เท่านั้น เป็นคนละเรื่องกับการเป็นผู้ขออนุญาตนั้นไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2521 มาตรา 10
โจทก์บรรยายฟ้องว่า การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างอันเนื่องมาจากความผิดของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยต้องร่วมกันรับผิดจ่ายเงินเดือนและค่าครองชีพให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าโจทก์ประสงค์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนและค่าครองชีพนั่นเอง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้างให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงหาเป็นการพิพากษาเกินคำขอ หรือนอกฟ้องนอกประเด็นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้จ้างโจทก์เป็นผู้อำนวยการฝ่ายอาหารโจทก์ทำงานให้จำเลยแล้ว จำเลยไม่จ่ายเงินเดือนและค่าครองชีพให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยชำระเงินเดือนและค่าครองชีพประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๒๔ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๒๔ เดือนละ ๕๕,๐๐๐ บาท และชำระให้แก่โจทก์ต่อไปทุกสิ้นเดือนจนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๗
จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทดลองทำงานเพราะโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวหลอกลวงว่าโจทก์มีใบอนุญาตให้ทำงานได้ ต่อมาโจทก์ไม่มาทำงานเพราะหลบหนีเจ้าหน้าที่กรมแรงงานเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานกับจำเลยโจทก์ขาดงานเกิน ๓ วัน เกียจคร้านและไม่แสดงใบรับรองแพทย์ตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและจ่ายค่าจ้างให้โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้าง ๒๐,๑๖๖.๖๖ บาท และค่าเสียหาย ๘๘,๐๐๐ บาท แก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ว่าที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ที่จะขอใบอนุญาตทำงานให้แก่โจทก์เป็นข้อวินิจฉัยที่ขัดต่อพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๑๐ นั้นเห็นว่าศาลแรงงานกลางเพียงแต่วินิจฉัยว่า ในการที่จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาจ้างโจทก์นั้นจำเลยรับที่จะจัดการขออนุญาตทำงานให้แก่โจทก์ ซึ่งการจัดการขออนุญาตนี้เป็นเพียงแต่จำเลยรับจะเป็นผู้ไปดำเนินการติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตของโจทก์เท่านั้น เป็นคนละเรื่องกับการเป็นผู้ขออนุญาต หรืออีกนัยหนึ่งคือการลงชื่อเป็นผู้ขออนุญาตตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๐ ดังกล่าว คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางจึงไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๒๑ แต่อย่างใด
ส่วนปัญหาที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์เป็นประการสุดท้ายว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นการตัดสินนอกประเด็นแห่งคดีและเกินคำขอเป็นการไม่ชอบนั้น ถึงแม้ตามคำขอบังคับท้ายฟ้องโจทก์ได้ขอให้จำเลยชำระเงินเดือนและค่าครองชีพตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๒๔ จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๗ ก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องว่าการที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างอันเนื่องมาจากความผิดของจำเลยเอง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยต้องร่วมกันรับผิดจ่ายเงินเดือนและค่าครองชีพดังกล่าวให้แก่โจทก์ ซึ่งถือได้ว่าโจทก์ประสงค์เรียกค่าเสียหายจากจำเลย ฉะนั้นที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระเงินเดือนและค่าครองชีพดังกล่าว จึงอนุโลมถือได้ว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนและค่าครองชีพนั่นเอง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้างให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์จึงหาเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือนอกฟ้องนอกประเด็นไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2525
นายโรแลนด์ กิลเยอร์ด ลอเลนโซ่ โจทก์
บริษัทบางกอกฮิลตันโฮเต็ล จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโรแลนด์ กิลเยอร์ด ลอเลนโซ่ · จำเลย - บริษัทบางกอกฮิลตันโฮเต็ล จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา