⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2093/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ หากพยานหลักฐานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและไม่สามารถรับฟังลงโทษจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิด และคงเหลือแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในชั้นสอบสวนเท่านั้นจึงรับฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้ เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ไม่น่าเชื่อว่าพยานโจทก์ที่มีอยู่ 2 ปากจะจำคนร้ายได้ ข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยดังกล่าวจึงอยู่ในส่วนลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 340, 340 ตรี จำคุกคนละ 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายสุนทรนามแก้ว กับนายดอน นามแก้ว เป็นประจักษ์พยาน นายสุนทรเบิกความยืนยันว่าจำคนร้ายได้ด้วยแสงตะเกียง แต่ในชั้นสอบสวนให้การว่าจำคนร้ายได้ด้วยแสงไฟฉายที่คนร้ายส่องหาทรัพย์สิน ส่วนนายดอนว่าก่อนนอนดับตะเกียงแล้ว จึงไม่น่าเชื่อว่าขณะเกิดเหตุมีแสงตะเกียง นายสุนทรกับนายดอนต่างรู้จักกับจำเลยที่ 1 เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน มีนาอยู่ใกล้กันและนายสุนทรกับจำเลยที่ 1 ยังเคยเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่เมื่อไปร้องทุกข์คนทั้งสองมิได้ระบุชื่อคนร้ายโดยนายสุนทรอ้างว่ากลัวจะถูกฆ่า ซึ่งไม่ปรากฏว่าคนร้ายได้ข่มขู่หรือมีอิทธิพลเช่นนั้น ส่วนนายดอนเบิกความว่าตนเองกับนายสุนทรจำคนร้ายไม่ได้ นายสุนทรยังให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นทำนองไม่รู้จักคนร้ายมาก่อนว่าจากแสงไฟฉายของคนร้าย พยานจำคนร้ายได้หากพบเห็นอีก และตามคำของร้อยตำรวจเอกเสวี ฐิตะฐาน พนักงานสอบสวนก็ว่าผู้เสียหายสืบทราบตัวคนร้ายและนำไปจับจำเลยทั้งสาม ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ความว่าคนร้ายทั้งสามคนทาหน้าด้วยดินหม้อจนดำและใช้ใบตองทำเป็นหมวกคลุมลงมาถึงตา ดังนี้พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อว่า นายสุนทรกับนายดอนจำคนร้ายได้ เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นศาลฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิด ก็คงเหลือแต่คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในชั้นสอบสวนเท่านั้นซึ่งรับฟังลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยมาแล้วอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2525 อัยการมุกดาหาร โจทก์ นายเหรียญทอง บุญเอื้อ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการมุกดาหาร · จำเลย - นายเหรียญทอง บุญเอื้อ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง แจ่มสุธี · สมชัย ทรัพยวณิช · พูน จักรเสน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 927/2490ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 726/2487ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา