⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2175/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของกรรมการบริษัทที่ร่วมกันผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยและเครื่องสำอางปลอม ถือเป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้ จึงไม่ควรรอการลงโทษจำคุก

ย่อคำพิพากษา

กรรมการบริษัทซึ่งร่วมกันผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ และเครื่องสำอางปลอม เป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องสำอางที่บริษัทจำเลยผลิตขึ้น จึงไม่ควรรอการลงโทษจำคุกให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางค์ชื่อ "กวนอิม ครีมลอกฝ้าโดยเฉพาะ" อันมีสารไฮโดรควินอน โมโนเบนซิน อีเทอร์ (โมโนเบนซิน) ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้เนื่องจากมีฤทธิ์ทำลายสารสร้างสีของผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณที่ทาสารนี้มีสีขาวขึ้น เมื่อใช้นาน ๆ ทำให้ผิวหนังด่างขาว มีอาการระคายเคือง และเกิดอาการบวม และครีมไข่มุก กวนอิมและครีมลอกฝ้ากวนอิม โดยแจ้งแหล่งผลิตที่มิใช่ความจริงทำให้ประชาชนผู้พบเห็นเข้าใจว่าผลิตจากไต้หวันและประเทศเยอรมัน ซึ่งความจริงผลิตในประเทศไทย มีลักษณะเป็นเครื่องสำอางปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 29, 30, 31, 52 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ลงโทษฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีสารเป็นอันตรายปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2, 3 เดือน ฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีลักษณะปลอม ปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 เดือนริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอรอการลงโทษ โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้และร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางปลอมจำเลยที่ 2จะฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ได้ซื้อเครื่องสำอางตามฟ้องจากผู้ผลิตเพื่อนำมาจำหน่ายให้ประชาชนโดยสุจริตเช่นนี้ ย่อมฟังไม่ขึ้น และที่จำเลยที่ 2ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ได้ลาออกจากบริษัทจำเลยที่ 1 แล้วก็ดีและจำเลยที่ 2 มีภาระในเรื่องครอบครัวก็ดี เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวข้างต้นยังไม่เป็นเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 นอกจากนี้การกระทำของจำเลยที่ 2 นับว่าเป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องสำอางที่จำเลยผลิตขึ้น ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 52 ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯลฯ จำเลยที่ 2 กระทำผิดความจริงผลิตในประเทศไทย มีลักษณะเป็นเครื่องสำอางปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 29, 30, 31, 52 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ลงโทษฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีสารเป็นอันตราย ปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 เดือน ฐานผลิตเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีลักษณะปลอม ปรับจำเลยที่ 1 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 เดือน ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอรอการลงโทษ โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การสารภาพตามฟ้องข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้และร่วมกันผลิตเพื่อขายซึ่งเครื่องสำอางปลอม จำเลยที่ 2 จะฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ได้ซื้อเครื่องสำอางตามฟ้องจากผู้ผลิตเพื่อนำมาจำหน่ายให้ประชาชนโดยสุจริตเช่นนี้ ย่อมฟังไม่ขึ้น และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้ลาออกจากบริษัทจำเลยที่ 1 แล้วก็ดีและจำเลยที่ 2 มีภาระในเรื่องครอบครัวก็ดี เห็นว่าข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวข้างต้น ยังไม่เป็นเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 นอกจากนี้การกระทำของจำเลยที่ 2นับว่าเป็นการเอาเปรียบในอาชีพการค้าและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เครื่องสำอางที่จำเลยผลิตขึ้น ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 มาตรา 52ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯลฯจำเลยที่ 2 กระทำผิด 2 กระทง ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 เดือน นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 มากอยู่แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2525 อัยการศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ บริษัทจำปาทอง (1974) จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - บริษัทจำปาทอง (1974) จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา