⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2231-2232/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231-2232/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การก่อสร้างในที่ดินของตนเองเพื่อประโยชน์ของตนโดยตรง แม้จะส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินของผู้อื่น แต่หากไม่ได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อให้เกิดความเสียหาย หรือกระทำไปโดยไม่สุจริตเพื่อกลั่นแกล้งให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือว่าไม่เป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลูกสร้างตึกแถว 3 ชั้นครึ่ง เพื่อขายพร้อมที่ดิน โดยด้านหลังของตึกแถวหันเข้าหาด้านหลังตึกแถวของโจทก์ แต่เว้นช่องว่างด้านหลังอาคารไม่ถึง 2 เมตรตามแบบแปลน จำเลยได้ก่อสร้างกำแพงติดผนังตึกห้องครัวโจทก์ด้านหลังและด้านข้าง และเทพื้นคอนกรีตสูงขึ้น ทำให้ประตูครัวด้านหลัง และประตูด้านข้างตึกแถวโจทก์ปิดเปิดไม่ได้ ทั้งช่องลมห้องครัวด้านหลังถูกปิดด้วยนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำลงในที่ดินส่วนของจำเลยเอง เป็นการใช้สิทธิเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยทรัพย์สินของจำเลยโดยตรง มิใช่เป็นเรื่องจงใจหรือ ประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย ทั้งรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำไปโดยไม่สุจริตกลั่นแกล้งใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทำละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยได้ปลูกสร้างตึกแถว ๓ ชั้นครึ่ง ด้านหลังตึกแถวของโจทก์โดยหันหลังเข้าหากันห่างกันประมาณ ๑.๕๘ เมตรไม่ถึง ๒ เมตร ตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยถมดินและเทคอนกรีตในที่ดินด้านหลังตึกแถวสูงกว่าระดับเดิมประมาณ ๑ เมตร ทำให้ประตูครัวของโจทก์ปิดเปิดไม่ได้ ทั้งจำเลยได้ถมพื้นและเทคอนกรีตด้านข้างตึกแถว ทำให้ประตูด้านข้างตึกแถวปิดเปิดไม่ได้นอกจากนี้จำเลยปลูกสร้างครัวในบริเวณช่องว่างระหว่างตึกแถวที่เว้นไว้ และปลูกชิดติดกำแพงห้องครัวของโจทก์ปิดช่องลมในห้องครัวของโจทก์จนมิดชิดทั้งหมด กำแพงด้านข้างที่จำเลยก่อสร้างก็เชื่อมติดกำแพงตึกแถวด้านทิศตะวันออกติดทางเดินทำให้ตึกแถวของโจทก์เสียรูปทรง และทำให้ประตูด้านข้างถูกปิดตายการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิด ทำให้โจทก์เสียหาย ซึ่งรวมทั้งทำให้ข้าวสารโจทก์สำนวนแรกเสียหาย ๙๐๐ บาทด้วย ขอให้บังคับจำเลยรื้อพื้นคอนกรีตออกไปจากบริเวณ ๒ เมตรให้จำเลยรื้อครัวและกำแพง ถ้าจำเลยไม่รื้อก็ให้โจทก์มีอำนาจรื้อ โดยให้จำเลยออกค่าใช้จ่าย กับให้ใช้ค่าเสียหายตามฟ้องให้แก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การทำนองเดียวกันทั้งสองสำนวน และฟ้องแย้งสำนวนหลังว่า จำเลยไม่รับรองอำนาจฟ้อง จำเลยซื้อที่ดินตามฟ้องและปลูกสร้างตึกแถวเพื่อขาย ตึกแถวของจำเลยห่างตึกแถวโจทก์ประมาณ ๒ เมตร ระดับที่ดินที่จำเลยก่อสร้างสูงกว่าระดับพื้นตึกแถวโจทก์ประมาณ ๑ เมตร อยู่แล้ว ฯลฯ จำเลยมิได้สร้างครัวตามฟ้อง เพียงแต่สร้างกำแพงเพื่อแสดงเขต การที่ประตูหลังและด้านข้างตึกแถวที่โจทก์สำนวนแรกปิดเปิดไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดของจำเลย โจทก์สำนวนแรกไม่ใช่เจ้าของตึกแถว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องสำนวนแรกเคลือบคลุมค่าเสียหายสูงกว่าความจริง ตึกแถวตามฟ้องโจทก์รุกล้ำที่ดินจำเลยทำให้การขายอาคารของจำเลยล่าช้าเป็นเวลา ๑ ปี ขาดประโยชน์ ๗๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์สำนวนหลังใช้ค่าเสียหาย ๗๕,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย กับให้โจทก์รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำที่ดินจำเลย หรือให้จำเลยรื้อถอนโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย โจทก์สำนวนหลังให้การแก้ฟ้องแย้งว่า อาคารของโจทก์มิได้รุกล้ำที่ดินจำเลย ถ้ารุกล้ำก็เกือบ ๑๐ ปีแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจขอให้รื้อถอนและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกโจทก์สำนวนแรกเป็นโจทก์ที่ ๑ และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าโจทก์ที่ ๑ ไม่ใช่เจ้าของที่ดินตึกแถวไม่มีสิทธิฟ้องตามมาตรา ๔๒๑, ๑๓๓๗ แต่จำเลยประมาททำให้ข้าวสารโจทก์ที่ ๑ เสียหายจริง และคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ที่ ๒ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๙๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ที่ ๑ คำขอของโจทก์ที่ ๑ นอกนั้นให้ยกให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ และยกฟ้องแย้ง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมที่ดินโฉนดที่ ๕๑๘๓ และ ๕๑๘๔ ตามฟ้องเป็นของนายจินดา วัชรโชติ สามีนางผ่องศรี โจทก์ที่ ๒ เมื่อนายจินดาตายไปโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกและได้ปลูกสร้างตึกแถวขึ้นในที่ดิน ๔ คูหาเลขที่ ๗๒, ๗๔, ๗๖ และ ๗๘ สำหรับตึกแถวเลขที่ ๗๒, ๗๔ มีผู้ซื้อไปแล้ว ตึกแถวเลขที่ ๗๖ มีผู้อื่นเช่า ส่วนตึกแถวเลขที่ ๗๘ ครั้งแรกมารดาโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าแล้วโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าสืบมา ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ โจทก์ที่ ๒ ได้ขายที่ดินส่วนที่เหลือจากการปลูกสร้างตึกแถวทั้งหมดให้จำเลย ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๒๐ จำเลยได้ดำเนินการปลูกสร้างตึกแถว ๓ ชั้นครึ่งเพื่อขายพร้อมที่ดิน โดยด้านหลังของตึกแถวหันเข้าหาด้านหลังตึกแถวของโจทก์ แต่เว้นช่องว่างด้านหลังอาคารไม่ถึง ๒ เมตรตามแบบแปลน จำเลยได้ก่อสร้างกำแพงติดผนังห้องครัวโจทก์ด้านหลัง กำแพงด้านข้างตึกแถวเลขที่ ๗๘ ด้านทิศตะวันออกและเทพื้นคอนกรีตสูงขึ้น ทำให้ประตูครัวด้านหลังและประตูด้านข้างตึกแถวของโจทก์ปิดเปิดไม่ได้ ทั้งช่องลมห้องครัวด้านหลังถูกปิดด้วย ในปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการเทพื้นคอนกรีตและการก่อสร้างกำแพงของจำเลยตามที่โจทก์อ้างนั้น จำเลยกระทำลงในที่ดินส่วนของจำเลยเอง เป็นการใช้สิทธิเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยทรัพย์สินของจำเลยโดยตรง มิใช่เรื่องจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย ทั้งกรณีไม่มีเหตุผลรับฟังว่า จำเลยกระทำโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้งใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทำละเมิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231 - 2232/2525 นางสาวพจนา โกศลอินทรีย์ โจทก์ นางสุจินต์ วงศ์ผูกพัน จำเลย นางผ่องศรี วัชรโชติ โจทก์ นางสุจินต์ วงศ์ผูกพัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพจนา โกศลอินทรีย์ · จำเลย - นางสุจินต์ วงศ์ผูกพัน · โจทก์ - นางผ่องศรี วัชรโชติ · จำเลย - นางสุจินต์ วงศ์ผูกพัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปลิว พลชัย · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา