⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2467-2468/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2467-2468/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีซ้ำหรือการฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายที่อาจเรียกร้องได้ในคดีเดิมแต่ไม่ได้เรียกร้องไว้ ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินแปลงเดียวกับสำนวนแรกและบุกรุกในวันเดียวกัน แต่สำนวนแรกโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลยบุกรุกที่ดินส่วนไหน เนื้อที่เท่าไร และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด โจทก์เพิ่งมาบรรยายฟ้องในสำนวนหลังว่า จำเลยบุกรุกเป็นบางส่วน โจทก์จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยตามสำนวนแรก ภายหลังฟ้องแล้วจำเลยยังทำการบุกรุกเรื่อยมาจนกระทั่งหมดทั้งแปลง และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย ดังนี้ ฟ้องโจทก์สำนวนหลังระบุถึงการบุกรุกของจำเลยในที่ดินแปลงเดียวกันในคราวเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกันกับสำนวนแรกความประสงค์ของโจทก์ที่ฟ้องสำนวนหลังก็เพื่อจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยซึ่งโจทก์อาจเรียกร้องได้ตั้งแต่สำนวนแรก แต่โจทก์มิได้เรียกร้องไว้ โจทก์เพิ่งมาเรียกร้องในสำนวนหลัง ฟ้องโจทก์สำนวนหลัง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์สำนวนหลังไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับสำนวนแรก พิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมในสำนวนแรกออกจากที่ดินของโจทก์ และร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาทั้งสองสำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อวินิจฉัยต่อไปมีว่า ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับสำนวนแรกหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินแปลงเดียวกับสำนวนแรก และบุกรุกในวันเดียวกันคือวันที่ 19 กรกฎาคม 2518 แต่สำนวนแรกโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยบุกรุกที่ดินส่วนไหนเนื้อที่เท่าไร และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด โจทก์เพิ่งมาบรรยายฟ้องในสำนวนหลังว่า จำเลยบุกรุกเป็นบางส่วน โจทก์จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยตามสำนวนแรก ภายหลังฟ้องแล้วจำเลยยังทำการบุกรุกเรื่อยมาจนกระทั่งหมดทั้งแปลง และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย ดังนี้ เห็นได้ชัดว่า ฟ้องโจทก์สำนวนหลังระบุถึงการบุกรุกของจำเลยในที่ดินแปลงเดียวกัน ในคราวเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกันกับสำนวนแรก ความประสงค์ของโจทก์ที่ฟ้องสำนวนหลังก็เพื่อจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลย ซึ่งโจทก์อาจเรียกร้องได้ตั้งแต่สำนวนแรก แต่โจทก์มิได้เรียกร้องไว้โจทก์เพิ่งมาเรียกร้องในสำนวนหลัง ฟ้องโจทก์สำนวนหลังจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง(1) ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์สำนวนหลัง ค่าฤชาธรรมเนียมสำนวนหลังทั้งสามศาล กับค่าทนายความสำนวนแรกในชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2467 - 2468/2525 นางลินจง ชาครัตพงศ์ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายสุวิชชา ชาครัตพงศ์ โจทก์ นายหล่อ เหมาะดี กับพวก จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นายไสว ศรีสกุลไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลินจง ชาครัตพงศ์ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายสุวิชชา ชาครัตพงศ์ · จำเลย - นายหล่อ เหมาะดี กับพวก · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นายไสว ศรีสกุลไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยม ติวุตานนท์ · สุวัฒน์ รัตรสาร · ดุสิต วราโห
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 369/2522ฎีกา 1182/2491ฎีกา 10554/2557ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 9704/2558ฎีกา 6506/2547ฎีกา 6344/2540ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 3528/2524ฎีกา 15230/2555ฎีกา 746/2533ฎีกา 2002/2511ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537ฎีกา 2049/2524ฎีกา 5568/2555ฎีกา 2960/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา