⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2797/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2797/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2. ฟ้องที่บรรยายเพียงว่าจำเลยได้ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ความสะดวกในการที่จำเลยอื่นกระทำความผิด โดยมิได้บรรยายให้ปรากฏว่าจำเลยกระทำอย่างไร เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ข้อหาร่วมกันกรอกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162 และข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา161 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะข้อหามาตรา 161 แต่พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดทั้งสองมาตรา ลงโทษตามมาตรา 161 ซึ่งเป็นบทหนักชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยข้อหามาตรา 162 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดสำหรับข้อหานี้โจทก์ฎีกาโดยบรรยายเพียงว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดข้อหามาตรา 162 จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 เพียงว่า จำเลยที่ 3 ได้ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำความผิดโดยมิได้บรรยายให้ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 กระทำอย่างไร จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำแผนกอาวุธปืน กองทะเบียน กรมตำรวจ มีหน้าที่ลงหลักฐานในสมุดทะเบียนอาวุธปืนและเขียนกรอกข้อความลงในใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ได้ร่วมกันกรอกข้อความลงในสมุดทะเบียนอันเป็นหลักฐานเท็จและปลอมใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ส่วนจำเลยที่ ๓ ได้ช่วยเหลือให้ความสะดวกและร่วมรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑, ๑๖๒, ๘๓, ๘๖, ๒๖๘ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันปลอมใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน โดยจำเลยที่ ๓ เป็นผู้สนับสนุน พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑, ๑๖๒, ๘๓ ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา ๑๖๑ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ ๓ ปีจำเลยที่ ๓ มีความผิดฐานผู้สนับสนุน ลงโทษจำคุก ๒ ปี ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย และโจทก์มิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัยจำเลยทั้งสามไม่มีความผิดข้อหานี้ และให้มีผลถึงจำเลยที่ ๒ ซึ่งมิได้อุทธรณ์ด้วยสำหรับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๖๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์กล่าวหาจำเลยว่ากระทำผิดเป็นสามกรณีด้วยกัน กล่าวคือ ตามฟ้องข้อ ก. กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้บังอาจสมคบร่วมกันกรอกข้อความลงในสมุดทะเบียนคุมอาวุธปืนเป็นเท็จ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ ฟ้องข้อ ข. กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันปลอมใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.๔) โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่กรอกข้อความในเอกสารดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ และฟ้องข้อ ค. กล่าวหาจำเลยที่ ๓ ว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และใช้เอกสารปลอม คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒ ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ว่า ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดตามฟ้องข้อ ก.หรือไม่ คงวินิจฉัยเฉพาะฟ้องข้อ ข. เท่านั้น และโจทก์มิได้อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดตามฟ้องข้อ ก.ด้วยศาลอุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ เมื่อไม่มีการวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดตามฟ้องข้อ ก. อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ แล้ว จำเลยทั้งสามก็ไม่อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ ส่วนฟ้องข้อ ข. ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๒ ด้วยโจทก์ฎีกาสรุปได้ว่า พยานหลักฐานโจทก์ตามที่นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑เป็นผู้กรอกข้อความในเอกสารหมาย จ.๔ คือสมุดทะเบียนคุมอาวุธปืนจริงและจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เขียนกรอกข้อความในเอกสารหมาย ป.จ.๒ คือใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.๔) จริง เห็นได้ว่าฎีกาโจทก์เป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๖ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย สำหรับฎีกาจำเลยที่ ๓ ในปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ เคลือบคลุมหรือไม่นั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๓ ได้บังอาจสมคบร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ความสะดวกและร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันกระทำผิด โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ กระทำการอย่างไร อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในการปลอมเอกสารหรือทำเอกสารเท็จ เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ จึงลงโทษจำเลยที่ ๓ ในฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ ๓ ฟังขึ้นไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ ๓ ในประเด็นอื่นต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2797/2525 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ สิบตำรวจตรีสถิตย์ คำมี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - สิบตำรวจตรีสถิตย์ คำมี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · นิยม ติวุตานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสนอง ยูถะสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 7281/2537ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา