⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2811/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีเกินกำหนดเวลาตามกฎหมาย ทำให้ผู้อุทธรณ์หมดสิทธิที่จะโต้แย้งว่าการประเมินภาษีนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องแล้วยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าต่ออธิบดีกรมศุลกากรเกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ทวิ วรรคท้าย และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามประมวลรัษฎากร หรือหากจะถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ยื่นต่ออธิบดีกรมศุลกากรเป็นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยในฐานะที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากร การยื่นอุทธรณ์ภาษีการค้าของจำเลยก็เกินกำหนด 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 เช่นกัน อุทธรณ์การประเมินของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่จะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้จึงไม่มีข้อวินิจฉัยหรือผลการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะแจ้งให้จำเลยทราบ และเมื่อจำเลยไม่ชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีการค้าตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์เรียกเก็บโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ จำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่าการประเมินภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ สั่งสินค้าประเภทคอนเดนเซอร์เข้ามาในประเทศไทยโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าและเอกสารประกอบสำแดงจำนวนสินค้าว่ามีราคาแท้จริง ๒๐๖,๔๐๒.๐๗ บาทและได้เสียค่าอากรขาเข้าภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล รวมทั้งสิ้น ๘๔,๓๙๕.๕๐ บาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ดำเนินการตีราคาสินค้าใหม่เป็นเงิน ๑,๑๔๔,๙๙๙.๖๖ บาท เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์จึงได้ประเมินภาษีสินค้าทั้งหมดของจำเลยที่ ๑ ใหม่ และแจ้งให้เสียเพิ่มเป็นเงิน ๓๗๖,๘๒๓.๗๗ บาท จำเลยที่ ๑ ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วไม่ชำระค่าภาษีอากรดังกล่าวภายในกำหนด และไม่อุทธรณ์การประเมิน จำเลยที่ ๑ จึงต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น ๖๗๘,๔๔๑.๖๔ บาทจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด และหุ้นส่วนผู้จัดการต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยเงินเพิ่มอากรขาเข้า เงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ สั่งและนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทยโดยชำระภาษีครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้อง จำเลยที่ ๑ ได้อุทธรณ์การประเมินต่อโจทก์แล้ว โจทก์มิได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย ขณะจำเลยที่ ๑ สั่งสินค้าตามฟ้องเข้ามาจำเลยที่ ๒ ยังมิได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่ม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีเพิ่มเติมตามฟ้องไว้แล้วตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘ เมื่อปรากฏตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ ว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์การประเมินเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ จึงยื่นอุทธรณ์การประเมินอากรขาเข้าเกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๑๒ ทวิ วรรคท้าย แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๒๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ทั้งนี้โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นอุทธณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรแต่ประการใด อย่างไรก็ดีหากจะถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ ที่ยื่นต่ออธิบดีกรมศุลกากร เป็นการยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยในฐานะที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ทวาทศการยื่นอุทธรณ์ภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวก็เกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๐ เช่นกัน อุทธรณ์การประเมินของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๑ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ทั้งอธิบดีกรมศุลกากรและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร จะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีข้อวินิจฉัยหรือผลของการพิจารณาอุทธรณ์ที่อธิบดีกรมศุลกากรจะแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบตามกฎหมายดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา และเมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าอากรขาเข้าและภาษีการค้าตามที่เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ประเมินเรียกเก็บโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ ส่วนประเด็นข้อ ๒ นั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านว่าการประเมินภาษีเพิ่มเติมของโจทก์ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2525 กรมศุลกากร โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบางกอกอีเล็คโทรนิคและโทรคมนาคม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบางกอกอีเล็คโทรนิคและโทรคมนาคม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเดือน จิตรกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา