คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีสิทธิเด็ดขาดในการมอบหมายงานให้ลูกจ้างทำหรือไม่ก็ได้ เมื่อได้จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างแล้ว ลูกจ้างไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้นายจ้างมอบหมายงานให้ทำ.
ย่อคำพิพากษา
ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องมอบหมายงานให้ลูกจ้างทำและเมื่อไม่ปรากฏว่าสัญญาจ้างได้กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่เช่นนั้น ดังนั้น การที่นายจ้างจะมอบหมายงานให้ลูกจ้างทำหรือไม่จึงเป็นสิทธิของนายจ้างเมื่อนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างแล้วก็ถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของลูกจ้าง ลูกจ้างหามีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้นายจ้างมอบหมายงานให้ลูกจ้างทำไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยไม่มอบหมายงานให้โจทก์ทำเป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงานทำให้โจทก์เสียหาย คือเสียขวัญ ไม่มีผลงานทำให้อาจจะไม่ได้ขึ้นเงินเดือนและอับอายเพื่อนร่วมงานจนอาจเป็นเหตุให้ลาออกไปเองได้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยมอบหมายงานตามหน้าที่แก่โจทก์เป็นปกติ
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ดีกฎหมายอื่นก็ดี หาได้มีบทบัญญัติกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องมอบหมายงานให้ลูกจ้างทำไม่ และคดีนี้ตามฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยได้กำหนดให้จำเลยมีหน้าที่เช่นนั้นการที่จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ขณะเกิดเหตุจำเลยย้ายโจทก์มาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่โครงการด้านคุณภาพ หาอาจถือว่าจำเลยตกลงโดยปริยายที่จะมอบหมายงานในหน้าที่ดังกล่าวให้โจทก์ทำด้วยไม่ การที่จำเลยจะมอบหมายงานให้โจทก์ทำหรือไม่จึงเป็นสิทธิของจำเลยเพียงแต่จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตลอดเวลาที่จ้างกันเท่านั้น เมื่อได้ความว่าจำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติแล้ว การที่จำเลยไม่มอบหมายงานให้โจทก์ทำจึงถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ที่โจทก์อุทธรณ์อ้างว่าการที่จำเลยไม่มอบหมายงานให้โจทก์ทำทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คือ เสียขวัญในการทำงาน เกิดความละอายแก่ใจ ได้รับความอับอาย เมื่อถึงวาระการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนโจทก์อาจไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเพราะไม่มีผลงานทั้งการกระทำของจำเลยเป็นวิธีที่จะบีบให้โจทก์ลาออกเองนั้น เห็นว่า การที่โจทก์ไม่มีผลงานเพราะจำเลยไม่มอบหมายงานให้ทำ จะเป็นเหตุโดยชอบที่จำเลยจะพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้โจทก์ได้หรือไม่ ย่อมเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการนั้นอีกชั้นหนึ่ง ทั้งการลาออกหรือไม่ก็เป็นความสมัครใจของโจทก์เอง จะถือว่าเป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยไม่มอบหมายงานให้โจทก์ทำมิได้ ส่วนความเสียหายประการอื่นที่โจทก์อ้างเกิดขึ้นจากการกระทำอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย โจทก์หามีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยมอบหมายงานให้โจทก์ทำไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2525
นายอดุลย์ ฮูเซ็น โจทก์
บริษัทฮันนีเวลซินเนอร์เทค(ไทย) จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอดุลย์ ฮูเซ็น · จำเลย - บริษัทฮันนีเวลซินเนอร์เทค(ไทย) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา