⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2961/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2961/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ย่อมสันนิษฐานว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และจำเลยซึ่งครอบครองที่ดินแทนผู้รับซื้อฝาก มีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ปรากฏชื่อโจทก์ในทะเบียนที่ดิน กรณีจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ศาลชอบที่จะกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาขายฝากซึ่งทำไว้แก่ จ. ถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทน จ. โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยเปลี่ยนลักษณะการยึดถือเพื่อตนเอง อันถือได้ว่าเป็นวันที่โจทก์ถูกแย่งการครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๐๗ โดยซื้อจาก นางแจ๋วเดิมที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยนำมาขายฝากไว้ต่อนางแจ๋ว แต่มิได้ไถ่คืนจึงตกเป็นของนางแจ๋ว ระหว่างขายฝากนางแจ๋วอนุญาตให้จำเลยทำประโยชน์ เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินจากนางแจ๋วแล้วได้แจ้งให้จำเลยออกจากที่ดิน แต่จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่และชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลย โจทก์ซื้อที่ดินจากนางแจ๋วภายหลังจากจำเลยขอไถ่ถอนคืน สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับนางแจ๋วทำขึ้นเพื่อฉ้อโกงจำเลยโจทก์มิได้ฟ้องคดีภายใน ๑ ปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครอง จึงขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับเรื่องหน้าที่นำสืบซึ่งจำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมี น.ส.๓ ก. การซื้อขายระหว่างโจทก์และนางแจ๋วได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงเป็นผู้มีชื่อในทะเบียนต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๗๓ ว่า ผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนนั้นเป็นการชอบแล้ว สำหรับฎีกาจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน ๑ ปีนั้น เห็นว่า จำเลยรับว่าทำกินในที่ดินโดยนางแจ๋วคิดดอกเบี้ยปีละ ๑,๐๐๐ บาทจึงแสดงว่าเป็นการยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทแทนนางแจ๋ว มิใช่เป็นการยึดถือเพื่อตนเอง และหากจะมีการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือมาเป็นยึดถือเพื่อตนเอง ก็ต้องเป็นเวลาภายหลังวันสุดท้ายที่จำเลยมีสิทธิไถ่หรือวันที่นางแจ๋วโอนขายแก่โจทก์คือวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๒๓ จึงเป็นการฟ้องภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2961/2525 นางเหวา ศรีจันทร์ โจทก์ นายบุญศรี จันทมาตย์ หรือจันทมาส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเหวา ศรีจันทร์ · จำเลย - นายบุญศรี จันทมาตย์ หรือจันทมาส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ อรรถบลยุคล · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2938/2519ฎีกา 70/2518ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา