⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3002/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3002/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีได้ แต่การจะสมควรจำหน่ายหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การภายใน 15 วัน นับแต่วันครบกำหนดยื่นคำให้การ ศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคสอง แต่การจะสมควรจำหน่ายหรือไม่ย่อมเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาอีกชั้นหนึ่งตามมาตรา 132(2) โจทก์ได้จัดการนำหมายเรียกสำเนาฟ้องเพื่อส่งให้จำเลยทั้งสี่ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำนาจศาลชั้นต้นที่รับฟ้องแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นที่จำเลยทั้งสี่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตมีหนังสือแจ้งมาว่าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต้นที่รับฟ้องมีคำสั่งว่า รอฟ้องโจทก์แถลง แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบหนังสือรายงานผลการสังหมายและคำสั่งศาลในหนังสือฉบับนั้นเลย กรณีจึงยังไม่มีเหตุที่จะถือได้ว่า โจทก์เพิกเฉยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดชนกับรถของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งขับรถโดยละเมิดในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๓ ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย โจทก์นำส่งสำเนาฟ้องและหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลยที่ ๑ รับไว้ ณ เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๔ และขอให้ศาลชั้นต้นส่งหมายเรียกสำเนาฟ้องไปยังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ให้ช่วยจัดส่งแก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ศาลจังหวัดบุรีรัมย์มีหนังสือลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๔ ตอบมายังศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นในคดีนี้ว่า ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๔ ว่า รอฟังโจทก์แถลง ครั้นวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๔ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานเจ้าหน้าที่ว่า โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่า จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ และโจทก์ไม่แถลงว่าจะจัดการกับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปภายใน ๕ วัน ซึ่งโจทก์ได้ทราบคำสั่งของศาลแล้ว ถือได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อการนั้นอันเป็นการทิ้งฟ้องจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามรูปคดี จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จัดการนำหมายเรียกสำเนาฟ้องเพื่อส่งให้จำเลยทั้งสี่แล้ว จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในหนังสือของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๔ ว่ารอฟังโจทก์แถลง คดีไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบหนังสือรายงานผลการส่งหมายของศาลจังหวัดบุรีรัมย์และคำสั่งศาลชั้นต้นในหนังสือฉบับนั้นเลย กรณีจึงยังไม่มีเหตุที่จะถือได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลกำหนด อันจะถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔(๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับหมายเรียกสำเนาฟ้องตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๔ และมิได้ยื่นคำให้การภายในวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันครบกำหนด ๑๕ วัน นับแต่ครบกำหนดยื่นคำให้การของจำเลยที่ ๑ ก็เพราะคดียังมีปัญหาพัวพันที่จะต้องรอฟังคำให้การของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ อยู่อีก คดียังไม่มีเหตุสมควรจะรีบด่วนจำหน่ายคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ จริงอยู่ เมื่อโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันครบกำหนดยื่นคำให้การ ศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ วรรคสอง แต่การจะสมควรจำหน่ายหรือไม่ย่อมเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาอีกชั้นหนึ่งตาม มารตรา ๑๓๒(๒) โดยเฉพาะ คดีนี้ปรากฏว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี ซึ่งศาลชั้นต้นได้สั่งรับคำให้การของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ แล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ และจำเลยที่ ๑ ก็ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ ขออนุญาตยื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรประการใดที่จะจำหน่ายคดีของโจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3002/2525 บริษัทสุรินทร์ขนส่ง (2510) จำกัด โจทก์ นายสว่าง หรือเบิด มาศรักษา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสุรินทร์ขนส่ง (2510) จำกัด · ล. - นายสว่าง หรือเบิด มาศรักษา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · พินิจ สังขนันท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายชวลิต ตุลยสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วณิคพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 7980/2551ฎีกา 4976/2536ฎีกา 6025/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 8366/2557ฎีกา 1124/2479ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา