คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3057/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่ต้องเกิดจากความสมัครใจของชายและหญิงทั้งสองฝ่าย และศาลไม่มีอำนาจบังคับให้มีการสมรสได้
ย่อคำพิพากษา
การสมรสเป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยความสมัครใจยินยอมของชายและหญิงทั้งสองฝ่าย ในอันที่จะทำการสมรสกันภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายว่าด้วยการนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนให้อำนาจศาลที่จะบังคับให้มีการสมรส ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้โจทก์จำเลยกลับคืนสู่ฐานะเป็นสามีภรรยากันตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยอันมิชอบด้วยกฎหมายได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาจำเลยได้กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยาต่อโจทก์อย่างร้ายแรงและหมิ่นประมาทโจทก์ ขอให้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำร้ายหรือหมิ่นประมาทโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์จำเลยยื่นคำร้องร่วมกันว่าโจทก์จำเลยไม่ติดใจดำเนินคดีต่อกัน มีความประสงค์จะคืนดีกลับไปอยู่กินฉันสามีภรรยากันต่อไป ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์และจำเลยกลับคืนสู่ฐานะเป็นสามีภรรยากันอย่างเดิมตามข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อจะนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่เขตพระโขนงในอันที่จะเพิกถอนการจดทะเบียนหย่าต่อไป
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาคำร้องและสัญญาประนีประนอมยอมความของโจทก์จำเลยดังกล่าว เป็นการแสดงชัดอยู่ในตัวว่า โจทก์จำเลยได้ทำการจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยาโดยสมบูรณ์แล้ว การสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นอันสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้มีการจดทะเบียนหย่าเป็นต้นมา เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างการพิจารณาคดีของ++โจทก์จำเลยได้ขาดจากการสมรสด้วยการหย่าโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว การพิจารณาฎีกาของจำเลยในปัญหาเรื่องการหย่าย่อมไร้ประโยชน์ต่อการวินิจฉัยของศาลฎีกาต่อไป
อนึ่ง ตามคำร้องและสัญญาประนีประนอมยอมความของโจทก์จำเลยที่ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาตามยอม ซึ่งโจทก์ขอถอนคำฟ้องนั้น เห็นว่าโจทก์ไม่อาจจะขอถอนคำฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้วได้แต่เมื่อพิจารณาเจตนารมณ์ของโจทก์และจำเลยตามคำร้องนี้แล้วพอจะให้เข้าใจได้ว่า โจทก์จำเลยมีความประสงค์เพียงเพื่อจะนำเอาคำพิพากษาของศาลฎีกาไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนหย่า แล้วมีการจดทะเบียนสมรสกันใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การสมรสเป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยความสมัครใจยินยอมของชายและหญิงทั้งสองฝ่าย ในอันที่จะทำการสมรสกันภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายว่าด้วยการนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนให้อำนาจศาลที่จะบังคับให้มีการสมรส จึงไม่อาจจะพิพากษาตามข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความอันไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้ได้
ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย กับให้ยกคำร้องของโจทก์จำเลยฉบับลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๕ +คำร้องให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3057/2525
นางชลลัดดา มองโกเมอรี่ โจทก์
นายเจมส์ เอ มองโกเมอรี่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางชลลัดดา มองโกเมอรี่ · จำเลย - นายเจมส์ เอ มองโกเมอรี่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายไพโรจน์ รัตนอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชดิษฐยางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา