⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3082/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถพิจารณาถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากกฎหมายควบคุมอาคาร ก่อนมีคำสั่งอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารได้ หากคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารนั้นเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร ฯ จะมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ปลูกสร้างอาคารหรือไม่ นอกจากจะพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร ฯ แล้ว จำเลยย่อมพิจารณาถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้ด้วย เมื่อคำขอของโจทก์ระบุว่า ขออนุญาตสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรมโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแผนผังและรายการของโรงแรมเพื่อขออนุญาตจัดสร้างต่อนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติโรงแรมฯ มาตรา 5 แล้ว การที่จำเลยไม่อนุญาตให้โจทก์ปลูกสร้างอาคารโรงแรมโดยเกี่ยงให้โจทก์ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม ฯ เสียก่อน จึงชอบที่จะกระทำได้ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 ม.6 พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 ม.9 พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2478 ม.5 พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2478 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำร้องต่อจำเลยขออนุญาตปลูกสร้างอาคารโรงแรมโดยปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการแล้ว จำเลยไม่อนุญาตตามขอโดยอ้างว่าขัดต่อนโยบายกรมตำรวจ โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาจำเลยได้แจ้งต่อโจทก์ว่าหากโจทก์มีหนังสืออนุญาตตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม ฯ มาแสดง จำเลยก็พร้อมที่จะพิจารณาอนุญาต การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารโรงแรม โดยให้จำเลยทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารได้และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การว่ามิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เพราะจำเลยต้องพิจารณากฎหมายอื่นประกอบด้วยและอาคารโจทก์ขัดต่อนโยบายกรมตำรวจ โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าแผนผังแบบก่อสร้างอาคารของโจทก์ถูกต้องตามหลักเกณฑ์พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารแล้ว จำเลยในฐานะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะต้องมีคำสั่งอนุญาต จะมีคำสั่งไม่อนุญาตไม่ได้นั้น เห็นว่า การจะออกคำสั่งอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารนั้น นอกจากจะพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง ฯ แล้ว จำเลยย่อมพิจารณาถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย เพราะกรณีของโจทก์คำขอระบุชัดว่าขออนุญาตปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรม ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงแรม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งคำขออนุญาตเปิดโรงแรมนั้น มาตรา ๕ วรรคท้ายบัญญัติว่า "ถ้าโรงแรมยังไม่จัดสร้าง ให้ผู้ขออนุญาตยื่นแผนผังและรายการของโรงแรมที่ประสงค์จะสร้างต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนเห็นเป็นที่พอใจว่าไม่มีสิ่งใดขัดต่อความประสงค์แห่งมาตรา ๖ ก็ให้นายทะเบียนอนุมัติให้จัดสร้างขึ้นได้" ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแผนผังและรายการของโรงแรมเพื่อขออนุญาตจัดสร้างต่อนายทะเบียนตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยส่งเรื่องขออนุญาตปลูกสร้างอาคารโรงแรมของโจทก์ไปให้นายทะเบียนพิจารณานั้นเป็นเรื่องภายในเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติระหว่างหน่วยราชการด้วยกัน แม้ในชั้นแรกกองทะเบียนจะแจ้งไม่ขัดข้อง แต่ต่อมากรมตำรวจก็ได้แจ้งเพิ่มเติมว่ากรมตำรวจไม่มีนโยบายที่จะอนุญาตให้ตั้งโรงแรมเพิ่มขึ้นอีก เว้นแต่โรงแรมชั้นหนึ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนี้ ไม่ว่าอาคารโรงแรมที่โจทก์ขอปลูกสร้างจะขัดต่อนโยบายของกรมตำรวจหรือไม่ก็ตาม ก็อาจเกิดปัญหาขัดแย้งก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยได้ การที่จำเลยไม่อนุญาตให้โจทก์ปลูกสร้างอาคารตามขอ โดยเกี่ยงให้โจทก์ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างโรงแรมตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม ฯ เสียก่อน จึงชอบที่จะกระทำได้ ที่โจทก์ฎีกาว่ามีผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารโรงแรม ๒ รายมีขนาดและจำนวนห้องพักใกล้เคียงกับของโจทก์และขอในเวลาไล่เลี่ยกัน จำเลยก็อนุญาตให้ปลูกสร้างได้นั้น เห็นว่า การขออนุญาตปลูกสร้างอาคารโรงแรม ๒ รายตามที่โจทก์อ้างจำเลยได้ส่งเรื่องให้กองทะเบียนพิจารณาเช่นกันแต่ไม่มีปัญหาเช่นรายของโจทก์ ดังนั้นจึงไม่อาจยกขึ้นเทียบเคียงให้ฟังว่าจำเลยกระทำต่อโจทก์โดยมิชอบ ศาลฎีกาเห็นว่ากรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์จึงบังคับจำเลยตามคำขอของโจทก์มิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2525 บริษัท เอ.เค.โฮเต็ล จำกัด โจทก์ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอ.เค.โฮเต็ล จำกัด · จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา