คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่สามารถนำเอกสารมามอบให้เจ้าพนักงานประเมินได้โดยมิใช่ความผิดของโจทก์ ไม่ถือว่าโจทก์จงใจขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง และการประเมินภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป แม้โจทก์จะให้ความยินยอมก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่สามารถนำเอกสารตามหมายเรียกไปมอบให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนโดยมิใช่เพราะความผิดของโจทก์ ถือไม่ได้ว่าโจทก์จงใจขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่นำเอกสารมาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่มีอำนาจประเมินให้โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย ตามมาตรา 71(1) และแม้โจทก์จะให้ความยินยอมในการประเมิน ดังกล่าวก็หาทำให้การประเมินซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับกลายเป็นการประเมินที่ชอบไปแต่อย่างใดไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลรัษฎากร ม.19 ประมวลรัษฎากร ม.71
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ของจำเลยได้ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโจทก์โดยอ้างว่า โจทก์ไม่สามารถนำบัญชีและเอกสารไปให้ทำการไต่สวนตรวจสอบได้ครบถ้วนตามมาตรา ๑๙ แห่งประมวลรัษฎากร จึงประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโจทก์ในอัตราร้อยละ ๒ ของยอดรายรับในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๔ ก่อนหักรายจ่ายใด ๆตามมาตรา ๗๑(๑) โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่าการประเมินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ต.ภ. ได้มาตรวจค้นและยึดสมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ไปจากโจทก์ทั้งหมด และต่อมาได้ส่งสมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ที่ยึดไปให้จำเลยทำการตรวจสอบแล้ว หาใช่ว่าโจทก์ไม่นำไปให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบไม่ ขอให้เพิกถอนการประเมิน
จำเลยให้การว่า จำเลยประเมินเรียกเก็บภาษีตามฟ้องก็เพราะโจทก์ไม่นำส่งเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยตรวจสอบตามหมายเรียก เอกสารที่เจ้าหน้าที่ ก.ต.ภ. ยึดมาจากโจทก์แล้วส่งให้จำเลยไม่มีเอกสารแสดงรายจ่ายและเอกสารอื่น ๆ อีกหลายรายการ เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่อาจพิสูจน์รายจ่ายของโจทก์ได้ ทั้งโจทก์ได้ยินยอมในการประเมินของเจ้าพนักงานแล้ว การประเมินชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ต.ภ. ได้ยึดเอาเอกสารต่าง ๆ ดังจำเลยอ้างไปจากโจทก์ทั้งหมด แต่เอกสารได้สูญหายไปในระหว่างการยึดครองของสำนักงาน ก.ต.ภ. ก่อนที่สำนักงาน ก.ต.ภ. จะส่งมาให้จำเลยตรวจสอบ และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ไม่สามารถนำเอกสารแสดงการจ่ายตามหมายเรียกไปมอบให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนจึงมิใช่เป็นความผิดของโจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์จงใจขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่นำเอกสารมาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนตามมาตรา ๑๙ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินก็ไม่มีอำนาจประเมินตามมาตรา ๗๑(๑) ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๔ ในอัตราร้อยละ ๒ ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย การประเมินดังกล่าวจึงเป็นการมิชอบ แม้โจทก์จะให้ความยินยอมในการประเมินเช่นว่านั้น ก็หาทำให้การประเมินซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับกลายเป็นการประเมินที่ชอบไปแต่อย่างใดไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2525
ห้างหุ้นส่วนจำกัดไชยทอง ฯ โจทก์
กรมสรรพากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดไชยทอง ฯ · จำเลย - กรมสรรพากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · อุดม บรรลือสินธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายอภินย์ ปุษปาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา