⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3151/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิในนามทางการค้า แม้จะอยู่ต่างประเทศ ก็มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลไทยเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อยู่ต่างประเทศ อ้างสิทธิคำว่า HILTON เป็นนามทางการค้าของโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยใช้นามเดียวกันโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18 กรณีเช่นนี้หาได้มีกฎหมายจำกัดสิทธิมิให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลในประเทศไทยไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ จำเลยให้การว่าไม่รับรองและขอปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ เกี่ยวกับการใช้นามทางการค้าตามฟ้อง และต่อสู้ด้วยว่า นามที่จำเลยใช้ไม่ใช่นามเดียวกับโจทก์ จำเลยไม่รับรองและปฏิเสธการเป็นนิติบุคคลและวัตถุประสงค์ของโจทก์ รวมทั้งเรื่องการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีด้วย จึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติตามคำฟ้องได้ โจทก์จึงยังมีหน้าที่นำสืบอยู่ ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดีโดยไม่มีการสืบพยานหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา โจทก์ได้ประกอบกิจการโรงแรมโดยใช้ชื่อ HILTON เรียกขานตามหลังชื่อเมืองต่าง ๆ จนเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเป็นชื่อทางการค้าของโจทก์ จำเลยได้แสดงออกต่อสาธารณชนว่าจะใช้ชื่อฮิลตันเรียกขานโรงแรมของจำเลยโดยปราศจากสิทธิ โจทก์จึงมอบอำนาจให้นายเอนกฟ้องคดีนี้ ขอให้พิพากษาห้ามจำเลยใช้คำว่าHILTON ในการประกอบกิจการค้าประเภทโรงแรมสืบไป จำเลยให้การว่าโจทก์จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ จะประกอบกิจการโรงแรมโดยใช้ชื่อ HILTON หรือไม่ จำเลยไม่ทราบ ไม่รับรอง และขอปฏิเสธ นามโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่นามเดียวกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘ ทั้งกฎหมายมาตรานี้คุ้มครองผู้เสียหายในเขตอำนาจศาลไทยเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว สั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ห้ามจำเลยทั้งสี่ใช้คำว่า HILTON เป็นชื่อของจำเลยที่ ๑ หรือใช้ในการประกอบกิจการโรงแรมต่อไป จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘ มุ่งคุ้มครองผู้เสียหายที่อยู่ในประเทศไทยโจทก์อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้นั้นศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์อ้างสิทธิคำว่า HILTON เป็นนามทางการค้าของโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยใช้นามเดียวกันโดยมิชอบตามมาตรา ๑๘ กรณีเช่นนี้หาได้มีกฎหมายจำกัดสิทธิมิให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลในประเทศไทยไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ มีปัญหาตามฎีกาจำเลยต่อไปว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดีโดยไม่มีการสืบพยานชอบหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้ออ้างของโจทก์เกี่ยวกับการใช้คำว่า HILTON เป็นนามทางการค้ามานั้น จำเลยให้การไม่รับรองและขอปฏิเสธทั้งให้การต่อสู้ด้วยว่านามที่จำเลยใช้มิใช่นามเดียวกับโจทก์ นอกจากนี้จำเลยให้การไม่รับรองและปฏิเสธการเป็นนิติบุคคลและวัตถุประสงค์ของโจทก์ในเรื่องเหล่านี้ จึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติตามคำฟ้องของโจทก์ได้ โจทก์ยังมีหน้าที่นำสืบอยู่ จะวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดีโดยไม่มีการสืบพยานหาได้ไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2525 บริษัทฮิสตันอินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด ฯ โจทก์ บริษัทบางกอกฮิสตันโฮเต็ล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทฮิสตันอินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด ฯ · จำเลย - บริษัทบางกอกฮิสตันโฮเต็ล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · อุดม บรรลือสินธุ์ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายนิธิ ไขแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2135/2518ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 72/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา