⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 381/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อผู้เสียหายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของตนเองอยู่ด้วยและเป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นยิ่งกว่าฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ค่าเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับทั้งหมดจึงต้องตกเป็นพับแก่ผู้เสียหายเอง * การที่ลูกจ้างของผู้เสียหายปฏิบัติผิดกฎจราจร แต่การกระทำดังกล่าวไม่ใช่เหตุโดยตรงที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย

ย่อคำพิพากษา

ว. บุตรผู้เยาว์ของจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทชนรถยนต์โดยสารโจทก์ซึ่งลูกจ้างของโจทก์ขับสวนทางมารถยนต์โดยสารทับรถจักรยานยนต์ ว. พาครูดไปตามถนนจนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่รถจักรยานยนต์ ลูกจ้างของโจทก์มีโอกาสจะขับรถถอยหลังออกไปให้พ้นจากรถจักรยานยนต์ได้ แต่ไม่กระทำกลับทิ้งรถหลบหนีไป จนเป็นเหตุให้ไฟลุกลามไปไหม้รถโดยสารโจทก์เสียหาย ดังนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับความเสียหายของรถโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายอยู่ด้วยและเป็นฝ่ายที่ก่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นยิ่งกว่าฝ่ายจำเลย ค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับทั้งหมดจึงให้ตกเป็นพับแก่โจทก์ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุลูกจ้างของโจทก์จะขับรถโดยสารอยู่ในช่องทางเดินรถช่องที่ 3 อันเป็นการปฏิบัติผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 ที่บังคับให้รถยนต์โดยสารประจำทางวิ่งในช่องทางเดินรถช่องที่ 1 หรือช่องทางด้านซ้ายสุด แต่การปะทะกันของรถทั้งสองคันก็หาใช่ผลโดยตรงที่เกิดจากการขับรถผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรของลูกจ้างโจทก์ไม่ หากแต่เป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของ ว. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.422 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.16 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายวิเชียรผู้ตายซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของจำเลยทั้งสอง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทแฉลบไปชนรถยนต์โดยสารประจำทางของโจทก์ซึ่งลูกจ้างของโจทก์ขับสวนทางมา รถโจทก์ทับถูกรถนายวิเชียรและครูดไปตามถนนเกิดเพลิงไหม้ที่รถนายวิเชียรแล้วลุกลามมายังรถโจทก์ ทำให้เกิดเพลิงไหม้เสียหายหมดทั้งสองคัน จึงขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า เหตุรถชนกันเป็นเพราะความประมาทของลูกจ้างโจทก์ และความเสียหายของรถโจทก์จะไม่เกิดขึ้นหากลูกจ้างโจทก์ไม่หลบหนีและขับรถถอยหลังออกไป การกระทำโดยประมาทของลูกจ้างโจทก์เป็นเหตุให้นายวิเชียรบุตรจำเลยถึงแก่ความตาย และรถจักรยานยนต์เสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เหตุที่รถชนกันเป็นเพราะความประมาทของนายวิเชียรบุตรจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้จำเลยและให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเสียด้วย โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการที่รถทั้งสองคันเกิดปะทะกันนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ตาย แม้จะปรากฏว่าในขณะเกิดเหตุ ลูกจ้างของโจทก์จะขับรถโดยสารอยู่ในช่องทางเดินรถช่องที่ ๓ อันเป็นการปฏิบัติผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกที่บังคับให้รถโดยสารประจำทางวิ่งในช่องทางเดินรถช่องที่ ๑ หรือช่องทางซ้ายสุด แต่การปะทะกันของรถทั้งสองคันก็หาใช่ผลโดยตรงที่เกิดจากการขับรถผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรของลูกจ้างโจทก์ไม่ แต่เป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของผู้ตาย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายของจำเลยทั้งสอง สำหรับความเสียหายของโจทก์นั้น ได้ความว่าไฟหาได้ลุกไหม้ขึ้นที่รถยนต์โดยสารของโจทก์ในทันทีทันใดที่รถทั้งสองคันเกิดปะทะกันไม่ แต่ได้ลุกไหม้ที่รถจักรยานยนต์ก่อนจึงมีช่วงระยะเวลาพอที่นายบุญลือลูกจ้างโจทก์จะทำการถอยหลังรถยนต์โดยสารออกไปให้พ้นจากจุดที่ชนกันเพื่อให้พ้นจากอันตรายจากไฟที่กำลังลุกไหม้ที่รถจักรยานยนต์ได้ แต่ในทันทีที่เกิดเหตุนายบุญลือคนขับรถโดยสารของโจทก์ได้หลบหนีไปเป็นการละเลยไม่บำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหายแต่อย่างใดเลย ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสและช่วงเวลาพอที่จะกระทำเพื่อให้รถโดยสารของโจทก์รอดพ้นจากอันตรายที่จะถูกไฟที่ลุกลามมาจากรถจักรยานยนต์ไหม้เสียหายทั้งคัน ส่วนฝ่ายผู้ตายมิได้มีโอกาสเช่นนั้น เพราะผู้ตายถูกรถจักรยานยนต์ทับอยู่ ดังนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับความเสียหายของโจทก์จึงถือได้ว่าฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดความเสียหายอยู่ด้วย และเป็นฝ่ายที่ก่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นยิ่งกว่าฝ่ายจำเลยเป็นอย่างมาก เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ความเสียหายที่โจทก์ได้รับทั้งหมดตกเป็นพับแก่โจทก์ฝ่ายเดียว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2525 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ นายเอียมเม้ง หรือเอี้ยมมิ้ง แซ่กัง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ · จำเลย - นายเอียมเม้ง หรือเอี้ยมมิ้ง แซ่กัง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา